วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกสค.ขายหุ้นคืนบ.หนองคายน่าอยู่ ใน 5 ปี

บอร์ดสกสค.ไฟเขียวขายหุ้นคืน บ.หนองคายน่าอยู่ ภายในระยะเวลา 5 ปีโดยซื้อคืนไม่น้อยกว่า 10%ของหุ้นที่เหลือ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลกรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในสกสค. โดยขณะนี้ได้ลงนามในหนังสือถึงศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อขอให้ เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานและติดตามผลการดำเนินคดี กรณี สกสค.ซื้อตั๋วสัญญากับบริษัท บิลเลียน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท รวมถึงอยู่ระหว่างการประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ ขายหุ้นคืนให้กับบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ซึ่งกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซื้อจาก บริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ราคาหุ้นละ 25 บาท รวม 800 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนบ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย เนื่องจากได้มีการตรวจแล้ว สอบแล้วพบว่า บริษัทดังกล่าวมีการดำเนินการจริง โดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนภายในระยะเวลา 5 ปี แต่ละปีต้องซื้อคืนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10ของจำนวนหุ้นที่เหลืออยู่ และต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนให้กับสกสค. ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่เหลือจากการจ่ายคืนในแต่ละงวด

“ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบตั้งกรรมการสอบสวน บุคลากร และผู้บริหารสกสค.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้ง กรณีของบริษัท บิลเลี่ยนฯ และ บริษัท หนองคายน่าอยู่ ฯ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เกี่ยวข้องบางส่วนถูกพักงานไปแล้ว และหากพบว่ามีใครที่เกี่ยวข้องอีก ก็จะให้พักงานเพิ่มเป็นรายๆ ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสกสค. และดำเนินการสอบสวนต่อไป โดย ให้นายพิษณุ ตุลสุข รองปลัดศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ประสานขอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีของบริษัท หนองคายน่าอยู่ ฯ แม้จะมีการตรวจสอบแล้ว พบว่า บริษัทมีการดำเนินการจริง แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการซื้อหุ้นในราคาที่สูง ต้องดูว่าใครมีส่วนได้ส่วนเสียบ้าง"พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงข้อเสนอที่ให้มีการแยกการบริหารงานขององค์การค้าฯ ออกจากสกสค.ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ดังนั้น จึงมอบให้ สกสค.ไปปรับปรุงระเบียบและข้อบังคับการสรรหาและอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการสกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ให้เหมาะสม จากเดิมที่ไม่มีการคานอำนาจ สามารถอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ได้โดยไม่ผ่านมติของที่ประชุมคณะกรรมการสกสค.