“พนัส ธีรวณิชย์กุล” ห่วงโค้งท้ายปีนี้ตลาดประกันซึม-แข่งเบี้ยดุ ผนึกแบงก์กรุงเทพขยายตลาดหนุนเป้าทั้งปีเบี้ยโต 5% รับ9เดือนเบี้ยรับหดตัว 1%
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ระบุว่า ภาพรวมตลาดประกันภัยช่วงนี้ค่อนข้างซึมลงไป และการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงทั้งประกันภัยรถยนต์และประกัน IAR ยังน่าเป็นห่วง หากไม่สามารถหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ คงเจ็บตัว ในภาวะการตัดราคาในตลาดดุเดือดมากและลดเบี้ยให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงอยู่
ในขณะที่บริษัทยังเน้นสร้างดุลยภาพของการตรวจสอบสำรวจภัยอย่างเข้มข้นและวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละกลุ่มให้ดี เพื่อกำหนดราคาเบี้ยที่เหมาะสมและนำไปสู่การแข่งขันในอนาคตได้ด้วย โดยบริษัทยังมีกำไรจากการรับประกันภัยและยังคงตั้งเป้าหมายในปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า10% และทำให้อัตราความเสียหายดีขึ้นภาพรวมไม่เกิน50% และรถยนต์ไม่เกิน60%
สำหรับไตรมาส 4 บริษัทเน้นการให้ความสำคัญกับการขยายงานใหม่ร่วมกับพันธมิตรธนาคารกรุงเทพ และ บริษัทนายหน้าประกันภัย รวมถึงการขยายสาขาเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าคู่ค้าทั่วประเทศ และขยายธุรกิจไปประเทศในอาเซียน ล่าสุดได้เปิดบริษัทกรุงเทพประกันภัย (ลาว) ที่กรุงเวียงจันทน์ และสิ้นปีนี้บริษัทยังคงเป้าเบี้ยรับประกันภัยเติบโต5% คิดเป็นมูลค่า 16,665 ล้านบาท
ขณะที่นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ช่วง 9 เดือนของปี 2559 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,488.0 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 ลดลง1.0 % แต่มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการแล้ว 1,240.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1%
ส่วนรายได้สุทธิจากการลงทุน 1,145.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 2,386.1 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,056.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.8% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 19.32 บาท และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น 9 บาทต่อหุ้น
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 3,674.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 ลดลง 0.4% แต่ยังมีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัย หลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 506.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9%
ขณะที่รายได้สุทธิจากการลงทุน 383.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2 % มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 889.3 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 766.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 7.20 บาท
โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2559 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 3 บาท









