"หอการค้าไทย" สั่งจับตานโยบายการค้า "โดนัลด์ ทรัมป์" ประเมินการค้าขายระหว่างไทย-สหรัฐฯ จะเป็นรูปแบบทวิภาคีมากขึ้น
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่สหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP จะเป็นผลดีต่อไทย แต่ยังต้องรอความชัดเจนหลังเดือนมกราคม ปี 2560 ที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ว่าจะมีการยกเลิกนโยบาย TPP ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน แต่มองว่าการค้าขายระหว่างไทยและสหรัฐฯ จะเป็นรูปแบบทวิภาคีมากขึ้น
ขณะเดียวกันไทยจะเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA กับหลายประเทศ อาทิ อิหร่าน และปากีสถาน ส่วนสหภาพยุโรป จะเดินหน้าเจรจาได้เมื่อไทยมีการเลือกตั้งช่วงปีหน้าตามที่รัฐบาลประกาศไว้เท่านั้น หากเป็นไปตามแผนจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหาร และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยุโรป โดยขณะนี้มีการจัดเวทีหารือด้านธุรกิจ เพื่อประเมินทิศทางการค้าของอังกฤษหลังออกจากสหภาพยุโรป
ส่วนกรณีที่กลุ่มแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรงร้อยละ 1-3 เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไตรภาคีจังหวัดจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่มองว่าควรปรับขึ้นให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ เน้นอุตสาหกรรมในสาขาที่ต้องใช้นวัตกรรมขั้นสูง และสาขาที่ไม่มีการปรับขึ้นค่าแรงมาเป็นเวลานาน พร้อมระบุว่าหากค่าแรงปรับตัวขึ้นร้อยละ 1 จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตเล็กน้อย แต่ผลิตภาพจะสูงขึ้น ซึ่งก็ต้องยอมรับ เพราะไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ไปเป็นการใช้เทคโนโลยี









