วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CENTEL - ซื้อ

กำไรสุทธิไตรมาส 3/59 เป็นไปตามที่ BLS คาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดประเมิน

ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดประเมิน

CENTEL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 322 ล้านบาท เติบโต 10% YoY แต่ลดลง 9% QoQ กำไรสุทธิเป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 9% เนื่องจากอัตรากำไรสุทธิต่ำกว่าตลาดประเมิน โดยหากไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ที่มัลดีฟส์ออกจากบัญชีจำนวน 33 ล้านบาท ในไตรมาส 3/59 mทำให้กำไรหลักอยู่ที่ 355 ล้านบาท เติบโต 21% YoY และคงที่ QoQ

ประเด็นหลักผลประกอบการ

กำไรหลักที่เติบโต YoY เป็นผลมาจากทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร โดยธุรกิจโรงแรมรายงานกำไรสุทธิเติบโต 3% YoY และเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 19% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิจากธุรกิจอาหารสูงขึ้น 19% YoY แต่ลดลง 29% QoQ โดยมีผลจากปัจจัยด้านฤดูกาล ทั้งนี้ในไตรมาส 3/59 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 3% QoQ มาอยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท (แบ่งเป็น 56% รายได้จากธุรกิจอาหารและ 44% จากโรงแรม) อัตรากำไรหลักดีขึ้น 90bps YoY และ 20bps QoQ ที่ 7.6% ในไตรมาส 3/9 รายได้เฉลี่ยต่อห้องของธุรกิจโรงแรมเติบโต 6.3% YoY เนื่องจากค่าเฉลี่ยอัตราเข้าพักสูงขึ้น (สูงขึ้น 3.5%oY มาอยู่ที่ 83% ในไตรมาส 3/59) อีกทั้งอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.9% YoY ขณะที่อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 0.1% YoY และอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาเพิ่มขึ้น 5.5% YoY สำหรับอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระต่อทุนสุทธิลดลงจาก 0.8x เท่า ณ สิ้นสุดเดือนมิถนายน มาอยู่ที่ 0.7x เท่า ณ สิ้นสุดเดือนกันยายน (ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2549)

แนวโน้ม

แม้ว่าจะมีผลกระทบจากข่าวร้ายในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 แต่เราคาด CENTEL จะสามารถรายงานกำไรหลักเติบโตได้ในไตรมาส 4/59 ทั้ง YoY (เนื่องจากฐานต่ำปีที่แล้วเพราะโรงแรมเซนทารา แกรนด์ มัลดีฟส์ ได้ทำการปรับปรุง) และ QoQ (ตามฤดูกาล) ขณะที่ธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์เศร้าโศกที่เกิดขึ้น โดยคาดยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารในไตรมาส 4/59 น่าจะลดลง YoY และคาดยอดขายรวมทุกสาขาเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียว YoY อย่างไรก็ตามเราคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมในไตรมาส 4/59 จะทรงตัว YoY เนื่องจากเรามองว่าจะมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพัก ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า CENTEL มีฐานกำไรไตรมาส 4/58 และ 1/59 ที่ต่ำกว่าปกติแม้เป็นช่วงฤดูกาลที่ดีในรอบที่แล้วซึ่งจะเป็นฐานต่ำสำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/59 และ 1/60 ในมุมมองของเรา

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

กำไรหลักรวม 9 เดือนในปี 2559 คิดเป็น 77% ของที่เราประเมินทั้งปี 2559 และคิดเป็น 76% ของที่ตลาดประเมิน เรายังคงประมานการเดิม โดยคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมเติบโต 5% ในปี 2559 (อัตราการเข้าพักสูงขึ้น 200bps มาอยู่ที่ 82% และอัตราห้องพักสูงขึ้น 3%) และประเมินอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาที่ 6% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท เราคาดกำไรหลักปี 2560 จะเติบโต 15% โดย เซนทารา แกรนด์ มัลดีฟ สามารถให้บริการได้ทั้งปี (การปรับปรุงแล้วเสร็จในเดือนกรกฏาคม 2559)


คำแนะนำ

อุปสงค์ที่ฟื้นตัว (pent-up demand) หลังจากเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม 2559 จะขับเคลื่อนการดำเนินงานใน ไตรมาส 1/60 อีกครั้ง ดังนั้นเราคาดราคาหุ้นจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงหลังของเดือนพฤศจิกายน (มักจะมีการรีบาวอย่างน้อยหนึ่งเดือนหลังจากข่าวร้าย) กอปรกับเรามองว่าบริษัทยังมีโอกาสเพิ่มศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาวด้วยการลงทุน และ/หรือ ซื้อกิจการเพิ่มเติม ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับต่ำมากแล้วโดย CENTEL ซื้อขายที่ PER ปี 2560 ที่ 22.7x เท่า ซึ่งต่ำกว่าเมื่อมีระเบิดในกรุงเทพในวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 48 บาท (คิดลด 20% จากมูลค่าเงินสด อ้างอิง WACC 7.9% และอัตราการเติบโตระยะยาว (terminal growth) ที่ 2%