ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังปริมาณการผลิตโอเปคแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมากกว่าร้อยละ 2 หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบกลุ่มโอเปค เดือน ต.ค. ที่ประกาศล่าสุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด
- โอเปค เผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มปรับเพิ่มขึ้น 240,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปค ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 2559 เนื่องจากโอเปคจะต้องลดกำลังการผลิตลงถึง 0.6-1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อให้กำลังการผลิตลดลงสู่ระดับ 32.5-33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามที่เคยตกลงกันไว้ ในการประชุม เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2559
- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน พ.ย. ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบโลกเดือน ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 97.8 ล้านบาร์เรล และคาดว่าภาวะน้ำมันล้นตลาดจะยังคงดำเนินต่อไปในปีหน้า ซึ่งถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน หากโอเปกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตลงได้
- บริษัท Baker Hughes รายงานจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบสิ้นสุด ณ วันที่ 11 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 2 หลุม มาอยู่ที่ระดับ 452 หลุม ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นทั้งหมด 21 สัปดาห์จากทั้งหมด 24 สัปดาห์
- ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดคาดว่าทรัมป์อาจกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ด้วยนโยบายการคลัง และจะส่งเสริมการขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ เดือน พ.ย. ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 91.6 ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 89.5 ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันราคาน้ำมันดิบอีกด้วย
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อเวียดนามและไต้หวันที่ยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ความต้องการจากอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นภายในประเทศวางแผนที่จะปิดซ่อมบำรุงในช่วง มี.ค. ปีหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความต้องการนำเข้าจากบังคลาเทศ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่ปรับเพิ่มขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 42-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ตลาดยังกังวลว่ากลุ่มโอเปคตกลงกันที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลได้หรือไม่ จากตัวเลขคาดการณ์ล่าสุด เดือน ต.ค. ที่ 33.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) กล่าวว่า หากกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงได้ จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบจะยังคงล้นตลาดต่อเนื่องในปี 2017
- ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อประธานาธิบดีของสหรัฐคนใหม่ ที่มีนโยบายในเชิงสุดโต่ง ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ ธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ธ.ค.
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ เริ่มปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น และปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









