รอซื้อช่วงอ่อนตัว
SET วันก่อนปรับตัวลงแรงเนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัล ทรัมป์จะผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตและหนุนต่อเงินดอลล่าร์แข็งค่า แต่กดดันให้ค่าเงินประเทศอื่นอ่อนค่าลงและเสี่ยงต่อ Fund Flow ไหลออก กดดันให้ SET ปิดที่ 1,494.53 จุด (-19.73 จุด) Vol. 7.6 หมื่นลบ.โดย Foreign Net –3,744 ลบ. และ TFEX Net +7,836 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ GDP Q3/59 ของญี่ปุ่น + 2.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.8%
+ DJ ปรับตัวขึ้นจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนพ.ย. แตะระดับ 91.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.
- นายฟิสเชอร์รองประธานเฟดคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากใกล้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวกลับสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% รวมทั้งการจ้างงานในระดับสูงสุด
- ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงล่าสุด 43.6 US/Barrel หลังผลผลิตน้ำมันกลุ่มโอเปกเดือนต.ค. +240,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- Foreign เป็น Net Sell 15 วันต่อเนื่องราว 2.2 หมื่นลบ. และตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. เป็น Net Sell 3.3 หมื่นลบ.
** 14 พ.ย. กำหนดวันสุดท้ายในการส่งงบ Q3/2559
** 15 พ.ย. การปรับน้ำหนักหุ้นเข้าคำนวณ MSCI รอบใหม่
แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นจะออกมาดี แต่ภาวะตลาดหุ้นไทยถูกแรงกดดันจากความกังวล FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย , ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง รวมถึง Foreign ที่เป็น Net Sell ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนต.ค.ราว 3.3 หมื่นลบ. ทำให้ภาวะตลาดมีความผันผวนสูง ดังนั้นประเมินว่า SET จะอ่อนตัวลงโดยมีแนวรับที่ 1,480 - 1,485 จุด
กลยุทธ์การลงทุน รอซื้อช่วงอ่อนตัวแบบ Selective Buy
- กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คมนาคมเตรียมเสนอ Action Plan ปี 60 รวม 30 โครงการมูลค่า 6 แสนล้านลบ.เข้าครม.สัปดาห์หน้า
- กลุ่มส่งออก ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าล่าสุด 35.4 Bath/USD.
- BANPU ราคาถ่านหินขึ้นทำ High ในรอบ 5 ปี ล่าสุด 109.8 US/Ton และได้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินของสหรัฐฯ
- PDI ราคาสังกะสีทำ High ในรอบ 5 ปี ล่าสุด 2,546 USD/Ton
- TTA PSL ค่าระวางเรือทำ High ในรอบ 1 ปีล่าสุด 1,045 จุด
- หุ้นที่คาดว่างบ Q3/59 เติบโตขึ้น SYNTEC ORI
หุ้นแนะนำ
SYNTEC ราคาปิด 4.10 บาท ราคาเหมาะสม 5.10 บาท
- คาดกำไร 3Q59 อยู่ที่ราว 257 ล้านบาท +11YoY และ+32%QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการก่อสร้างที่คาดว่าจะเติบโต 6%QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวในระดับสูงที่ 17 % และมีการโอนกลับหนี้สงสัยจะสูญอีกราว 30-40 ล้านบาท
- รายได้จากการก่อสร้างคาดว่าจะอยู่ที่ 1.86 พันล้านบาทเติบโต 6%QoQ และรายได้จากการให้บริการห้องพักคาดว่าจะเติบโต 50%QoQ สู่ระดับ 120 ล้านบาทเนื่องจากคาดว่ารับรู้รายได้จาก The 8 Thonglor
- ปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพิ่ม 33% สู่ 846 ล้านบาทเนื่องจากการพัฒนาของอัตรากำไรขั้นต้นจากฐานเดิมที่ 12-13% สู่ระดับ 17-18% (ยังไม่รวมมีสินทรัพย์แฝงมูลค่าราว 600 ลบ.หรือคิดเป็น 0.5 บาทต่อหุ้น
หุ้นมีข่าว
- ประเด็นบวก TRC (ราคาปิด 1.47 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 1.75) ลุ้นเซ็นสัญญาก่อสร้าง EPCC โครงการเหมืองแร่โปรแตซมูลค่า 3.27 หมื่นลบ.ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
- ประเด็นบวก CK (ราคาปิด 31 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 38) ส่งสัญญาณบวกปี 2560 มีลุ้นคว้างานประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เหลือง และชมพู หนุนแบ็กล็อกเข้าพอร์ตราว 5 หมื่นล้านบาท ส่วนทิศทางรายได้ปีนี้คาดเป็นไปตามเป้าแตะ 4.5 หมื่นล้านบาท (ที่มาทันหุ้น)
- LH (ราคาปิด 9 ซื้อ ราคาเหมาะสม 10.30 บาท) ผู้บริหารเปิดเผยใน Analyst Meeting ว่า แนวโน้มยอดขาย presale ทำไม่ได้ตามเป้าจากการเลื่อนเปิดขาย 4โครงการที่จะเปิดใน Q4 ไปเป็นต้นปีหน้าเนื่องจากความไม่พร้อม 9M59 ยอดขายรอโอนปลาย Q3 อยู่ที่ 1.8 หมื่นลบ.จะโอนใน Q4 ราว 6,097 ล้านบาท ส่วนรายได้ค่าเช่าน่าจะเป็นไปตามเป้า อนาคตรายได้ค่าเช่าจะเติบโตต่อเนื่องหลังเปิด Terminal 21 @พัทยา
- QH (ราคาปิด 2.46 ซื้อ ราคาเหมาะสม 3.10 บาท) รายได้หลักปีนี้มาจากโครงการแนวราบ ส่วนปี 60 มีแผนโอนคอนโดฯ 4 โครงการ ยอดขาย presale น่าจะทำได้ไม่ถึงเป้าจากการเลื่อนเปิด 5 โครงการที่ยังไม่พร้อม รวมทั้งปรับลดเป้ารายได้จากเดิมโต 8% เหลือโต 5% ผู้บริหารใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับการเดิบโตของกำไร
- GRAMMY เข้าทำสัญญาได้รับสิทธิถ่ายทอดฟุตบอลรอบคัดเลือกโซนยุโรป 2018 FIFA World Cup
- EA บอร์ดไฟเขียวเลื่อนชั้นย้ายเข้าเทรด SET พร้อมทุ่มเงิน 618 ล้านดอลลาร์ไต้หวันเข้าลงทุน Amita แตกไลน์ธุรกิจพัฒนา-ผลิตแบตเตอรี่ ปิดดีลภายในธ.ค.ปีนี้ (ข่าวหุ้น)
- THCOM นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า กรณีปัญหาดาวเทียมไทยคม 7 ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่มีข้อถกเถียงกันว่านอกจากจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในอัตราปีละ 5.75% ของรายได้แล้ว ควรจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐในฐานะคู่สัญญาสัมปทานด้วยนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่จะต้องเจรจากับไทยคม เนื่องจากเป็นคู่สัญญาสัมปทาน และเมื่อสัญญายังไม่สิ้นสุด ทางไทยคมต้องปฏิบัติตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งต้องจ่ายค่าสัมปทาน ส่วนจะจ่ายในอัตราเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงดีอี
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +39.78 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 39.78 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 18,847.66 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 3.03 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 2,164.45 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 28.31 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 5,237.11 จุด ในขณะที่ตลาดซึมซับการแสดงความเห็นของนายสแตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า เหตุผลสนับสนุนให้เฟดยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินได้มีน้ำหนักมากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับสูงสุดที่ระดับต่ำกว่าปกติ
ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ร่วงลงกว่า 1% ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาด กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เปิดเผยในวันนี้ว่า การผลิตน้ำมันของโอเปกพุ่งแตะระดับ 33.64 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 240,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.









