วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LH- ถือ

กำไรสุทธิไตรมาส 3/59 เหนือทุกคาดการณ์ แนวโน้มกำไรเติบโต QoQ ในไตรมาส 4/59

ผลประกอบการดีเกินคาด

LH รายงานกำไรสุทธิที่ 1.99 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/59, ซึ่งสูงขึ้น 35% YoY แต่ลดลง 24% QoQ โดยกำไรสุทธิดังกล่าวสูงกว่าที่เราคาด 8% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นจากการโครงการอสังหาฯ เพื่อขายดีกว่าคาด (ที่ 36.1% ขณะที่เราประเมินไว้ที่ 35%), และสูงกว่าทีตลาดคาด 10% ทั้งนี้หากไม่รวมกำไรพิเศษหลังภาษีจากการขายที่ดินที่วุฒากาศ 62 ล้านบาท, กำไรหลักอยู่ที่ 1.93 พันล้านบาท ซึ่งสูงขึ้น 31% YoY แต่ลดลง 7% QoQ

ประเด็นหลักผลประกอบการ

กำไรหลักที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 3/59 เป็นผลมาจากรายได้จาการขายอสังหาฯ เติบโ (สูงขึ้น 18% YoY มาอยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท), อัตรากำไรขั้นต้นจากอสังหาฯเพื่อขายที่เพิ่มขึ้น(สูงขึ้น 190bps าอยู่ที่ 36.1%), และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลงจาก 14.5% ในไตรมาส 3/58 มาอยู่ที่ 13.9% ในไตรมาส 3/59 โดยรายได้จากที่พักอาศัยแยกได้เป็น 89% จากโครงการแนวราบ และ 11% จากคอนโด รายได้จากโครงการแนวราบสูงขึ้น 12% YoY และรายได้จากคอนโดสูงขึ้นเท่าตัว ด้วยโครงการ The Room สาทร11 (โครงการมีมูลค่า 1.9 พันล้านบาท โดยมีการจองแล้ว 35%) เริ่มทยอยโอนในไตรมาส 3/59 ขณะที่กำไร QoQ ลดลงจากรายได้ที่พักอาศัยที่ลดลง 13% (รายได้จากคอนโดลดลง 58%) ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายสูงขึ้น 10bps ซึ่งมากพอที่จะชดเขยอัตรากำไรขั้นต้นอสังหาฯเพื่อขายที่สูงขึ้นเล็กน้อย 80bps QoQ โดยส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเติบโต 32% YoY (จาก LHBANK, HMPRO, และ QH) แต่ลดลง 9% QoQ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิสูงขึ้นจาก 0.8x เท่า ณ สิ้นสุดเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 0.9x ณ สิ้นสุดเดือนกันยายน

แนวโน้ม

เราคาดกำไรหลักในไตรมาส 4/59 จะเติบโต QoQ แต่ไม่น่าจะสูงกว่ากำไรไตรมาส 4/58 ซึ่งสูงสุดในประวัติกาลที่ 2.2 พันล้านบาท ซึ่งมีกำไรพิเศษจาากการขายสินทรัพย์ที่สูงถึง 1.2 พันล้านบาท ขณะที่เราคาดจะไม่มีกำไรพิเศษในไตรมาส 4/59 ทั้งนี้คอนโดขนาดใหญ่, 333 Riverside—มูลค่า 7 พันล้านบาท ซึ่งจองแล้ว 94%, จะเริ่มโอนในไตรมาส 4/59
โดยเราคาดอัตราปันผลต่อหุ้นจะอยู่ที่ 0.35 บาท สำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของ 2559 ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเบื้องต้นที่ 3.9%, โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนเมษายน 2560 และจ่ายในเดือนพฤษภาคม 2560

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เราได้ปรับประมาณการกำไรหลักเพิ่มขึ้น 8% ในปี 2559 และ 4% ในปี 2560 เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นจากโครงการอสังหาฯเพื่อขายที่ดีกว่าคาดในช่วงเดือน มค-กย 2559 (ปรับเพิ่มขึ้น 150bps มาอยู่ที่ 35.3% ในปี 2559 และ 35.2% ในปี 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตรากำไรหลักที่แข็งแกร่งใน 9 เดือนแรกของปี 2559) โดยรายได้จาอสังหาฯเพื่อขายค่อนข้างมีความชัดเจนดีเนื่องจากยอดขายรอรับรู้รายได้รับประกัน 100% ของประมาณการรายได้จากการขายอสังหาฯ ที่เราประเมินในปี 2559 และ 37% ในปี 2560 

ทั้งนี้กำไรหลักรวม 9 เดือนแรกของปี 2559 คิดเป็น 73% ของที่เราประเมินทั้งปี และคิดเป็น 81% ของที่ตลาดคาด นอกจากนี้ในส่วนของกำไรจากรายการพิเศษนั้นเรามองว่ามีความเป็ปไปได้ในปี 2560 ได้แก่สองรายการพิเศษ คือการขายโรงแรมราชดำริให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ หรือ REIT (เราคาดจะมีกำไรพิเศษจากการขาย 1.7 พันล้านบาท หรือ คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มเติมถึง 17%), และให้กำไรพิเศษจากการลดสั่ดส่วนการลงทุนใน LHBANK จากการมีพันธมิตรใหม่ (คำนวณประมาณ 1 พันล้านบาท หรือคิดเป็นคิดเป็นกำไรพิเศษอีก 11%)

คำแนะนำ

ข่าวดีเรื่องอัตรากำไรที่แข็งแกร่งในวันน้อาจถูกหักล้างโดยการไม่สามารถบรรลุเป้าหมายยอดจองซื้อในปี 2559 ที่ 28 พันล้านบาทได้ ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำ “ถือ”, เราประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี SOTP โดยเลื่อนไปเป็นสิ้นปี 2560 ได้ราคาเป้าหมายที่ 10.4 บาท, โดยคำนวนจาก PER สำหรับธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายที่ 15x เท่า ซึ่งอ้างอิงใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปี 2549-2559, และมูลค่าตลาดของเงินลงทุนที่ 3บาท/หุ้น (คิดลด 10% จากการประเมินมูลค่าตลาดล่าสุด)