TACC - ซื้อ

TACC - ซื้อ

“A smile” with our smile

กำไรโตกว่า 45% YoY ตามคาด

บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 3Q16 ที่ 22 ล้านบาท เติบโต 45% YoY แต่ลดลง 18% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล กำไรที่ออกมาเป็นไปตามที่เราคาด

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

บริษัทมีรายได้ 291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY แต่ลดลงเพียง 2% QoQ (ลดลงค่อนข้างน้อยมากจากปกติเป็นช่วงฤดูกาลที่ชะลอตัว) บริษัทมียอดขายในประเทศ 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY จากการเติบโตของเครื่องดื่มโถกดเย็น (ตามการขยายตัวของ 7-11), กลุ่มเครื่องดื่ม non coffee ใน All Café ที่มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการออกสินค้าใหม่ในตลาดในกลุ่มสินค้าประเภทโดนัท ยี่ห้อ “A Smile” (รายได้รับรู้ 3Q16 เพียง 5 วัน)

บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นรักษาระดับค่อนข้างคงที่ที่ระดับ 30.7% ใน 3Q16 ซึ่งเราคาดว่าจะรักษาระดับที่สูงนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นสูงได้อีกจากการส่งสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเข้าสู่ตลาด

แนวโน้ม

คาดกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4 เราเชื่อว่าไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่สวยงามตามรายได้ช่องทางใหม่ที่จะเข้ามาหนุน ทั้ง โดนัทญี่ปุ่น ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดีมีการจัดโปรโมชั่นควบคู่กับเครื่องดื่มตู้กดเย็น (ผลิตเต็มกำลังในช่วงแรกที่ออกวางตลาด 50k ชิ้น/วัน) เรามองว่าอาจจะมีสินค้ารสชาติใหม่เพิ่มเติมออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีการวางขายสินค้าลิขสิทธิ์ Sanrio ประกอบกับเริ่มขาย น้ำทุเรียนและน้ำมะม่วง ผ่านช่องทาง E-Commerce ในประเทศจีน 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราคงประมาณการกำไรปี 2016-17 ที่ 107 ล้านบาทและ 149 ล้านบาท ตามลำดับ เรายังคงคาดสินค้าใหม่ที่เริ่มวางขายในไตรมาส 4 จะมีปริมาณการขาย ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจะช่วยหนุนให้กำไรของบริษัทมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำ

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท คาดราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นตาม Earnings momentum ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตหลักจะมาทั้ง organic growth ตามการเติบโตของสาขา 7-11 รวมถึง All café และ inorganic growth จากตู้กดร้อนที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก และสินค้าใหม่ทีได้เริ่มดำเนินการไป อีกทั้งตลาดต่างประเทศคาดจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งปลายปีเราคาดจะได้เห็นสินค้าตัวใหม่ที่บริษัทจะปล่อยไปรุกตลาดกัมพูชาเพิ่มเติม (ยังไม่รวมในประมาณการ)

ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบน PEG 1.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอีกมากทั้ง SAPPE 2.3 เท่า และ CBG 4 เท่า จากการเติบโตที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเราเห็นโอกาสที่หุ้นจะมีการปรับตัวขึ้นต่อได้