วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หนี้เสีย’ แบงก์พุ่งรอบ 5 ปี

“ธปท.” เผย “หนี้เสีย” แบงก์พาณิชย์ยังโตต่อเนื่อง ล่าสุดสิ้นไตรมาส 3/59 แตะ 2.89% สูงสุดรอบ 5 ปี ขณะ“เอ็นพีแอล” บัตรเครดิตพุ่งสูงสุดรอบ 11 ปี

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงผลดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 3 ปี 2559 โดยระบุว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีเสถียรภาพที่ดี เงินสำรองและเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง รองรับการขยายตัวของสินเชื่อในระยะต่อไปได้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป และจำกัดในบางภาคส่วน ทำให้สินเชื่อโตต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นสูงสุดรอบ 5 ปี โดยเฉพาะเอ็นพีแอลที่มาจากบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 11 ปี

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า เอ็นพีแอลไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.89% มียอดคงค้างที่ 3.93 แสนล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ระดับ 2.72% โดยตัวเลขดังกล่าว ถือเป็นการเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี นับจากไตรมาส 2 ปี 2554 ซึ่งมีสัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.95%

“เดิมเราคิดว่า การเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอล จะเริ่มชะลอลง แต่ไตรมาสนี้ยังคงสูงขึ้น ขณะที่ตัวเลขเอสเอ็ม(สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.38% ทำให้ถือเป็นไตรมาสแรกในรอบ 2-3 ไตรมาส ที่สัดส่วนเอ็นพีแอลเมื่อรวมกับเอสเอ็มปรับเพิ่มขึ้น โดยมาอยู่ที่ 5.27% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.88%”

แนวโน้มปีหน้าเอ็นพีแอลยังเพิ่มต่อเนื่อง

นายดอน กล่าวว่า เอ็นพีแอลในไตรมาส 3 ที่กลับมาเพิ่มขึ้น ทำให้ ธปท. มองว่า แนวโน้มอาจยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า ดังนั้นช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ถือเป็นช่วงที่ต้องติดตามดูสถานการณ์

ส่วนแนวโน้ม เอ็นพีแอล ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นายดอน กล่าวว่า โดยปกติแล้ว ไตรมาสสุดท้ายของทุกปี ถือเป็นช่วงที่ธนาคารพาณิชย์มีการบริหารคุณภาพสินเชื่อ ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ ตัดขายหนี้เสียออกไป ทำให้ตัวเลขเอ็นพีแอลในไตรมาสดังกล่าวอาจปรับลดลงบ้าง

“กลุ่มที่เราเห็น เอ็นพีแอลวิ่งชัดๆ คือ กลุ่มเอสเอ็มอี กับ ภาคพาณิชย์ และมีบ้างในภาคอุตสาหกรรม แต่ภาคพาณิชย์ สิ่งที่เราเห็นจะคล้ายๆ เป็นการชักเย่อ เพราะเราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของสินเชื่อในกลุ่มนี้บ้าง ถ้าสินเชื่อฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ก็น่าจะเห็นภาพเอ็นพีแอลที่ดีขึ้น เพราะเอ็นพีแอลซึ่งเป็นตัวเศษจะลดลง ขณะที่สินเชื่อซึ่งเป็นตัวส่วนจะเพิ่มขึ้น”

หนี้เสียอุปโภคบริโภคยังพุ่งบัตรเครดิตมากสุด

สำหรับเอ็นพีแอลของสินเชื่ออุปโภคบริโภค พบว่า คุณภาพด้อยลงในเกือบทุกประเภทยกเว้นสินเชื่อรถยนต์ โดยเอ็นพีแอลในกลุ่มบัตรเครดิตถือเป็นกลุ่มที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก อยู่ที่ 5.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี เทียบกับไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 4.25%

นายดอน กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลในกลุ่มบัตรเครดิต ส่วนหนึ่งเป็นผลจากคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลง แต่อีกส่วนเกิดจากการที่ผู้ตรวจสอบของ ธปท. พบว่า มีธนาคารพาณิชย์บางแห่งจัดชั้นหนี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งจริงๆ ควรต้องมีสินเชื่อบางส่วนถูกจัดชั้นเป็นเอ็นพีแอล แต่ธนาคารพาณิชย์รายนั้นไม่ได้จัดไว้ ธปท. จึงขอให้มีการจัดชั้นอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ เอ็นพีแอล บัตรเครดิตไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมาก

“ความจริงกราฟไม่ควรจะชันแบบนี้ เพราะหนี้บางส่วนควรเป็นเอ็นพีแอลมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ถูกจัดไว้ เมื่อผู้ตรวจสอบเราเจอ ก็ไปขอให้เขาจัดชั้นให้ถูกต้องจึงมาปรากฏในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดปล่อยสินเชื่อของบัตรเครดิตไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับลดลงด้วยซ้ำ ก็มีส่วนทำให้เอ็นพีแอลเพิ่ม เพราะสินเชื่อซึ่งเป็นตัวส่วนไม่ได้เพิ่มขึ้น”

อย่างไรก็ตามแม้ เอ็นพีแอล ของบัตรเครดิตจะเพิ่มสูงขึ้น แต่สัดส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตเทียบกับสินเชื่อรวมทั้งระบบถือว่าน้อยมาก โดยมีสัดส่วนเพียง 1.7% เท่านั้น

สินเชื่อโต 2.4%ต่ำสุดรอบ 6 ปี

สำหรับยอดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2559 มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 2.4% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3.3% และถือเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี อีกทั้งน่าจะเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วย

นายดอน กล่าวว่า สินเชื่อที่ขยายตัวต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารพาณิชย์ยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่ หลังจากที่พบว่าคุณภาพสินเชื่อยังไม่นิ่ง แต่ขณะเดียวกันก็เกิดจากอุปสงค์ที่ลดลง เพราะถ้าดูยอดขอใช้วงเงินสินเชื่อของภาคธุรกิจ พบว่าลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีสัดส่วนเพียง 50% เทียบกับเมื่อปี 2554-2555 ซึ่งอยู่ที่ 60%

นอกจากนี้ยังพบว่า ภาคธุรกิจส่วนใหญ่หันไประดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพิ่ม ขณะเดียวกันยังพบยอดการคืนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐ เนื่องจากภาครัฐหันไประดับทุนผ่านการออกพันธบัตรมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหากนับการระดมทุนด้วยการกู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ รวมทั้งการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ พบว่าตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีอัตราการเติบโตรวมประมาณ 4.3% สะท้อนภาพว่าการลงทุนเอกชน ยังไม่ติดขัดปัญหาอะไรมากนัก

กสิกรไทยเร่งดูแลลูกค้าสกัดหนี้เสียพุ่ง

นางสาวศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า แนวโน้มหนี้เสียของธุรกิจบัตรเครดิตทั้งระบบเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของธนาคารอยู่ระหว่างวิเคราะห์พอร์ตว่าหนี้เสียของบัตรเครดิตของลูกค้าว่ากลุ่มไหนปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้ และประเมินปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจภาพรวมและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ทั้งนี้เพื่อวางนโยบายปีหน้า ทั้งการอนุมัติบัตรใหม่และกำหนดวงเงินสินเชื่อที่จะให้ด้วย

“แม้ทั้งระบบธุรกิจบัตรเครดิตจะมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นแต่เราได้เข้าไปดูแลและบริหารจัดการผู้สมัครบัตรใหม่ ให้มีความเสี่ยงที่ต่ำลง เพื่อไม่ให้หนี้เสียสูง และมีการโทรไปแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อใกล้ถึงเวลาครบกำหนดชำระหนี้ เพราะก็ต้องยอมรับว่าลูกค้าเองอาจจะลืมได้ ”

กรุงไทยชี้หนี้เสียรายย่อยน่ากังวล

นายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานปรับโครงสร้างหนี้และบริหารทรัพย์สิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เอ็นพีแอลจากลูกหนี้รายย่อยในช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าน่าเป็นกังวล แต่ธนาคารได้พยายามผ่อนปรนและออกมาตรการในการช่วยเหลือช่วยให้ลูกหนี้ยังพอไปได้ ประกอบกับภาครัฐที่มีโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าฐานรากก็เชื่อว่าจะประคองสถานการณ์ไปได้