กำไรไตรมาส3/59 สูงกว่าคาด
สูงกว่าคาด 7%
CPN รายงานกำไรสุทธิไตรมาส3/59 ที่ 2.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY และ 2% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราและตลาดคาด 7% และ 2% ตามลำดับ การเติบโตที่แข็งแกร่ง YoY ส่วนใหญ่มาจากฐานต่ำอันเนื่องมาจากการปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซาสาขาปิ่นเกล้าและจากเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเมื่อปีที่แล้ว
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้ค่าเช่าและค่าบริการปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% YoY มาอยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท จากการเปิดตัวศูนย์การค้าใหม่ 3 แห่ง (เซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกตในไตรมาส 3/58, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ในไตรมาส 4/58 และ เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราชในไตรมาส 3/59) และค่าเช่าที่สูงขึ้นจากเซ็นทรัลพลาซาปิ่นเกล้าหลังจากการปรับปรุงเสร็จสิ้นแล้วในไตรมาส 4/58 ส่วนอัตราการเช่าพื้นที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 93% เนื่องจากมีศูนย์การค้าหลายแห่งยังคงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง อย่างไรก็ตามอัตราค่าเช่าโดยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% YoY มาอยู่ที่ 1,563 บาท/ตร.ม. ในไตรมาส 3/59 ซึ่งได้แรงหนุนจากอัตราค่าเช่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอีสต์วิลล์และฐานต่ำจากการให้ส่วนลดค่าเช่าค่อนข้างมากในไตรมาส3/58 ทั้งนี้ค่าเช่าสาขาเดิมเติบโต 4.8%
รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้น 31% YoY มาอยู่ที่ 359 ล้านบาท ซึ่งได้แรงหนุนจากฟู้ดคอร์ทในศูนย์การค้าแห่งใหม่และยอดขายที่เพิ่มขึ้นของฟู้ดคอร์ทในศุนย์ฯที่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุยและพัทยา
รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 7% YoY มาอยู่ที่ 248 ล้านบาท อัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่โรงแรมฮิลตัน พัทยา ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 85% ในไตรมาส 3/58 มาอยู่ที่ 96% ในไตรมาส 3/59 ในขณะที่โรงแรมเซ็นทารา อุดรธานีปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 57% ในไตรมาส 3/58 มาอยู่ที่ 80% ในไตรมาส 3/59 จากจำนวนนักท่องเที่ยวและประชุมสัมมนาที่เพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นรวมขยายตัว 275bps YoY มาอยู่ที่ 49.3% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากทุกธุรกิจ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% YoY มาอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท โดยสาเหตุที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้ม
รายได้จากค่าเช่าและบริการน่าจะอ่อนตัวลง QoQ ในไตรมาส4/59 จากรายได้ค่าโฆษณาที่ลดลงในช่วงระหว่างการไว้อาลัยและการยกเลิกการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ อย่างไรก็ตามผลกระทบเชิงลบน่าจะถูกกลบโดยค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการและราคาเป้าหมายเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีโอกาสปรับประมาณการหลังจากการเข้าประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 18 พ.ย.นี้
คำแนะนำ
หลังจากที่เราปรับลดคำแนะนำสำหรับ CPN ในวันที่ 25 ส.ค. ราคาหุ้น CPN ปรับตัวลดลง 8% และปรับตัวแย่กว่าตลาดอยู่ 5.5% ปัจจุบันซื้อขายกันในระดับ PER ปี 2560 ที่ 25.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะเล็กน้อยที่ 26.6 เท่า ทั้งนี้เราคาดว่ากำไรที่เติบโตช้าในปี 2560 ได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว ด้วยมีโอกาสในการอัพไซต์ 18% ทำให้ราคาเป้าหมาย สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 65 บาท ดังนั้นเราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”









