ลุ้น Post-election rally พา SET Index ทะลุ 1520 จุด
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : คงมุมมองบวก โดยสถานการณ์น่าจะชัดเจนก่อนตลาดไทยเปิดทำการ
เราคาดว่าทิศทางของตลาดหุ้นไทยรวมทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกวันนี้ จะขึ้นกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนก่อนตลาดหุ้นไทยเปิดทำการ ทั้งนี้ช่วงเวลาปิดหีบของรัฐส่วนใหญ่ (ซึ่งจะเป็นเวลาที่สามารถเผยแพร่ Exit poll ได้) จะเทียบเป็นเวลาไทยที่ 8 และ 9.00 นาฬิกาตามลำดับ หรือหากคิดคะแนนสะสม เทียบกับ % ของคะแนนคณะเลือกตั้ง (Electoral college) ทั้งหมดจะอยู่ที่ 54% และ 80% ตามลำดับ ดังนั้นหากคะแนนไม่ได้เบียดกันจนถึงที่สุด เราน่าจะทราบตัวผู้ชนะอย่างไม่เป็นทางการได้ก่อนตลาดหุ้นไทยเปิดทำการในเวลา 10.00 น.
ทั้งนี้เราคงมุมมองของการเกิด post-election rally หลังการเลือกตั้ง จาก 1) ความไม่แน่นอนในเรื่องผู้ชนะเลือกตั้งช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ 2) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ และหุ้นไทย สำหรับไตรมาส 3/59 ที่ผ่านมาออกมาแข็งแกร่ง และ 3) ตลาดมีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังมากกว่าปกติในช่วงก่อนหน้า รวมทั้งนักลงทุนมีการเพิ่มการถือเงินสดขึ้น จึงทำให้มีเม็ดเงินที่พร้อมจะซื้อหากตลาดมีความชัดเจน เราคาดตลาดจะมีช่วงเวลาที่มองบวก (Honeymoon period) ราว 2- 4 สัปดาห์ก่อน ก่อนที่นักลงทุนจะกลับมาปรับพอร์ตการลงทุนอย่างจริงจัง
สำหรับปัจจัยอื่นๆ: ประชุมกนง.วันนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.5% แต่ส่งสัญญาณเศรษกิจฟื้น เป็นบวกกับกลุ่มธนาคารและเช่าซื้อ / ADVANC รายงานกำไรไม่ดี อาจทำให้เกิดแรง switching ไปยัง DTAC ที่แม้ยังไม่ฟื้นชัด แต่กำไรน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว / โภคภัณฑ์และเดินเรือ ได้อานิสงค์ราคาสินค้าและ BDI ปรับขึ้นแรง
แนวรับ/แนวต้าน : 1492-1500/1515-1520, 1550 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
คำแนะนำทางกลยุทธ์ : ลุ้น Post-election rally พา SET Index ทะลุ 1520 จุด คาดธนาคารและเช่าซื้อเด่น เก็งกำไรลือกหุ้นที่มีผลกำไรแน่นอน ปัจจัยการเติบโตชัดเจน และมีผลการดำเนินงานในช่วงปลายปีที่ดี ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ทางพื้นฐานยังขอเลี่ยงหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการ // หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ KBANK, PTT, S11*
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
- เช้าซื้อและบริโภคเป็นบวก: S11*, TK*, TCAP*, TISCO*, DRT, ROBINS, CPALL
- หุ้นลุ้น SET ทะลุ 1520: ธนาคาร - KBANK SCB/ พลังงาน - PTTGC PTT PTTEP/ Valuation ถูก – HANA* BCP
- หุ้นโภคภัณฑ์: TTA* PSL* STA* TRUBB* KBS*
- รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง / รางคู่: CK STEC SEAFCO* PYLON* / BEM*
- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*
- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH, DCC
หุ้นแนะนำ
KBANK (210) : ราคาหุ้นทรุดลงหลังผู้เบริหารปรับคาดการณ์ผลการดำเนินงานในปี 2560 ทำให้หุ้น laggard ที่สุดใน SET100 ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 2016 ที่ 10.3x ใกล้เคียงกลุ่มซึ่งเราประเมินว่าน่าจะทำให้เกิดแรงซื้อกลับจากระดับปัจจุบันได้
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
S11* (11) : บริษัทปล่อยสินเชื่อจักรยานยนต์ ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จาก ยอดจดทะเบียนจักรยานยนต์ ก.ย.ที่เติบโต 13.4% การบริโภคที่ฟื้น และ NPL ที่ควบคุมได้ ราคาปัจจุบันอยู่ที่เพียง PER 12 เท่า (concensus)
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH/หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ คมนาคมกางแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานปี 60 จำนวน 30 โครงการ มูลค่ารวม 6 แสนล้าน เสนอ ครม. สัปดาห์หน้า “อาคม” เผยต้องใช้มาตรา 44 บางโครงการเพื่อให้รวดเร็ว ขณะ ครม.เห็นชอบตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์แสนล้าน ทุนประเดิม 9 พันล้าน (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ครม. ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวตามมติ นบข.พร้อมเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวโพดกำหนดราคารับซื้อ 8 บาทต่อ กก. ดึงข้าวสาลีเป็นสินค้าควบคุมต้องขออนุญาตนำเข้า หวังแก้ปัญหานำเข้าข้าวสาลีมากดราคาข้าวโพด (กรุงเทพธุรกิจ)
+ "สมคิด" สั่งพาณิชย์-บีโอไอ ดึงจีนเข้าลงทุนไทย ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โฟกัสดิจิตอล ไอที อาหารและเกษตร ส่วนครม. ไฟเขียวขยายเวลามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนด้านการเดินทางต่ออีก 6 เดือน พร้อมจี้คมนาคมเร่งแจกบัตรโดยสารคนจนภายใน ม.ค. 2560 (ไทยโพสต์)
- ครม. อนุมัติขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล-เบนซินลิตรละ 20 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ พร้อมปรับลดเงินส่งกองทุนน้ำมัน 20 สตางค์ ทำให้ราคาขายปลีกไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ราคาตลาดโลกร่วงผู้ค้าสั่งลดราคา 20 สตางค์ (คมชัดลึก)
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันอังคาร ขณะที่บรรดานักลงทุนคาดว่านางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ผลสำรวจสุดท้ายของรอยเตอร์/อิปซอสที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ระบุว่า นางคลินตันมีโอกาส 90% ที่จะชนะการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 73.14 จุดหรือ 0.40% สู่ 18,332.74, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.04 จุดหรือ 0.38% สู่ 2,139.56 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 27.32 จุดหรือ 0.53% สู่ 5,193.49 (รอยเตอร์)
- ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร และปรับตัวลงหลังการปิโตรเลียมสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกินคาด 4.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 พ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือน ธ.ค.ปิดขยับขึ้น 9 เซนต์หรือ 0.1% สู่ระดับ 44.98 ดอลลาร์/บาร์เรล (รอยเตอร์)
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันอังคารหลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะนักลงทุนรอคอยผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 36.23 จุดหรือ 0.53% สู่ 6,843.13 (รอยเตอร์)
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวนในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนเลือกที่จะปลีกตัวอยู่นอกตลาดก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 5.83 จุด หรือ 0.03% ที่ 17,171.38 หลังจากเคลื่อนตัวในแดนบวกในช่วงสั้นๆ (รอยเตอร์)









