วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับเทรนด์ธุรกิจความงามโลก "อาเซียน-ออนไลน์" ยังโต

จับเทรนด์ธุรกิจความงามโลก พบเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะ อาเซียน เติบโตสูงสุด ขณะจีน อินเดียโตลดลง ระบุกระแสค้าออนไลน์ ดันยอดขายพุ่ง

นางโจแอนนา ชาน นักวิเคราะห์วิจัยข้อมูล (Research Analyst) จาก Euromonitor International เปิดเผยผลสำรวจด้านอุตสาหกรรมความงามในตลาดโลก ในงาน COSMEX 2016 งานแสดงเทคโนโลยี โซลูชั่น สำหรับการผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และบรรจุภัณฑ์ความงามครบวงจร พบว่า มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตนเอง ในตลาดโลกปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมกว่า 425 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตที่ประมาณ 2% โดยตลาดเอเชียแปซิฟิกยังคงเติบโตสูงสุดที่ประมาณ 32% รองลงมาคือ อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตก ที่ประมาณ 21%

ในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก พบว่า อาเซียน ซึ่งประกอบด้วย อินโดนีเซีย, เมียนมา, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และไทย ยังคงเติบโตสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 6-7% ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และไต้หวัน เติบโตประมาณ 1% ขณะที่อินเดียและจีน กลับเติบโตลดลง โดยตลาดจีนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ตกลงเป็นหลัก

ด้านตลาดออนไลน์ของธุรกิจความงามโลก พบว่า มูลค่าการค้าออนไลน์ในสินค้ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตนเอง ปี 2015 รวมอยู่ที่ประมาณ 27,193 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงระหว่างปี 2010-2015 ภาพรวมการซื้อขายออนไลน์กลุ่มสินค้าความงามในตลาดโลกเติบโตประมาณ 15% ขณะที่เอเชียแปซิฟิกโตประมาณ 25%

ขณะที่ประเทศไทย นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ภายใต้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมความงาม ยังคงเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่เติบโตสูงสุด ด้วยศักยภาพของประเทศไทย ที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบด้านความงาม มีผู้ผลิตที่มีศักยภาพ มีผลงานนวัตกรรมด้านความงามที่น่าสนใจสามารถนำไปต่อยอดได้ ในแง่ของแบรนดิ้ง ไทยถือว่าได้รับการยอมรับในกลุ่มอาเซียน และถือเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้

“ประเทศไทยถือว่ามีความเข้มแข็งในกลุ่มธุรกิจความงาม แต่จะทำอย่างไรที่เราจะร้อยเรียงเชื่อมโยงคนในอุตสาหกรรมนี้เข้าด้วยกัน โดยต้องสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดเป็นความร่วมมือบนการแข่งขัน และเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง แต่มันจะเป็นทวีคูณ”

เขาย้ำว่า การจะทำภาพนี้ให้เกิดขึ้นได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยต้องทำให้เป็นระบบและมีกลยุทธ์ เหมือนโมเดลของประเทศเกาหลีใต้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาอุตสาหกรรมความงาม ซึ่งปัจจุบันเห็นชัดเจนถึงการรุกคืบของโรงงานจากเกาหลีใต้เข้ามาในประเทศไทย ทั้งมาตั้งฐานการผลิต และจับมือกับโรงงานไทย เพื่อผลิตเครื่องสำอางป้อนตลาดอาเซียน ซึ่งนับเป็นความท้าทายใหม่ที่ผู้ประกอบการในไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ได้

ด้าน นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย (TCMA) และประธานบริหารสมาคมเครื่องสำอางแห่งอาเซียน กล่าวว่า ปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์การบำรุงผม ซึ่งเราถือเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลก โดยศักยภาพการผลิตของไทย เปรียบได้กับครัวโลกด้านความงาม

โดยในปี 2558 อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2.6 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.2% ของจีดีพี และมียอดส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในระดับ 2 หลัก หรือราว 10-20% ต่อปี มาโดยตลอด ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะโตถึงประมาณ 2.8 ล้านบาท