กำไรเป็นไปตามคาด... กำไรไตรมาส 4/59 มีแนวโน้มต่ำสุดในปีนี้
เป็นไปตามคาด
GPSC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส3/59 ที่ 724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 5% QoQ ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 719 ล้านบาท และประมาณการของ Bloomberg ที่ 738 ล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้จากยอดขายไฟฟ้าหดตัวลง 7% QoQ เนื่องจากปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ลดลงในระหว่างช่วงปิดซ่อมบำรุง ในขณะที่บริษัทรับรู้ Ft ที่ปรับลดลงเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการกำไรที่เติบโต 12% YoY ส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า IRPCCP (โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ 45 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 51% COD ในเดือนพ.ย. 2558) ทั้งนี้ปัจจัยเชิงบวกต่อกำไรไตรมาส3/59ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงโลว์ซีซั่นส่วนใหญ่นั้นมาจากรายได้เงินปันผลตอบแทนที่ 240 ล้านบาท ของโรงไฟฟ้า RPCL (1,400 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 15%)
แม้ว่าต้นทุนก๊าซจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/59 ถูกกดดันมาอยู่ที่ 14.2% จาก 17% ในไตรมาสที่ผ่านมาจากรายได้ที่ต่ำลงซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนก๊าซที่ลดลง ทั้งนี้จากรายได้เงินปันผลในไตรมาส3/59 อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 12.3% ในไตรมาส2/59 และ 12.2% ในไตรมาส 3/58 มาอยู่ที่ 13.9% ในไตรมาส3/59
แนวโน้ม
แนวโน้มโรงไฟฟ้า IPP (700 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 100%) ที่ปิดซ่อมบำรุง การไม่มีรายได้จากเงินปันผล อุปสงค์ที่ลดลงตามฤดูกาล และค่า Ft ที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง มีแนวโน้มกดดันให้กำไรไตรมาส 4/59 ของ GPSC อ่อนตัวลง QoQ อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นระหว่างปีจากโรงงาน NNEG (โรงไฟฟ้า 125 เมกะวัตต์บริษัทถือ 30% ) และลูกค้าที่เพิ่มขึ้นของ CUP 1 (โรงไฟฟ้า226 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 100%) น่าจะช่วยหนุนกำไรให้เติบโตสูงขึ้น YoY
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรที่ 2,538 พันล้านบาทไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
จากการเติบโตของกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น เราแนะนำให้นักลงทุน “ถือ” GPSC โดยมูลค่าซื้อขายในระดับ PEG ณ สิ้นปี 2560 ที่ 1.49 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.33 เท่า เล็กน้อย ซึ่งเรามองได้สะท้อนแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีไปแล้วบางส่วน ทั้งนี้เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ส่วนมากจะมาถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2560 gราจึงมองว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะเข้าซื้อหุ้น GPSC เร็วๆนี้ เรายังคงชื่นชอบ EGCO ที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า จากมูลค่าที่อยู่ในระดับ PEG ที่เพียง 0.68 เท่า แต่แนวโน้มกำไรที่ดูเติบโตอย่างโดดเด่น (อัตรากำไรเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปี ในระหว่างปี 2559-2561 ที่ 21.2% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 20%)









