ปรับประมาณกำไรปี 59-60 ลดลง 6% และ 54% ตามลำดับ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไร 3Q59 ลดลง 69%YoY และ 65%QoQ กำไร 9M59 ลดลง 11%YoY : ในช่วง 3Q59 มีกำไรสุทธิ 310 ล้านบาท ลดลง 69%YoY และ 65%QoQ เนื่องจากไม่มีโครงการที่เริ่มโอนโครงการใหม่ อัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 32% ปรับดีขึ้นจาก 30.7% ใน 1Q59 และ 30.8% ใน 2Q58 จากการโอนโครงการลุมพินี 24 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าระดับปกติ (ขายได้ 90% โอนแล้ว 83%) ในช่วง 9M59 มีกำไร 1,894 ล้านบาทลดลง 11% โดยคิดเป็น 75% ของประมาณการทั้งปีที่ราว 2.5 พันล้านบาท
- ปรับประมาณการกำไรปี 59 ลดลง 6% : ในช่วง Q4 มียอดขายรอโอน 2,444 ล้านบาทโดยมีโครงการที่สร้างเสร็จและเริ่มโอน 2 โครงการได้แก่ ลุมพินีวิลล์ นครอินทร์ ริเวอร์วิว มูลค่ารวม 2 พันล้านบาทมียอดจองแล้ว 50% และลุมพินี มิกซ์ เทพารักษ์ มูลค่า 1.8 พันล้านบาทมียอดจองแล้ว 62% ซึ่งเป็นโครงการสำหรับลูกค้าระดับล่างซึ่งมีเรื่องน่ากังวัลในเรื่องการปฏิเสธสินเชื่อ เราคาดกำไร 4Q59 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำมากใน 3Q59 ที่มีกำไร 310 ล้านบาท และ 4Q58 ที่มีกำไร 228 ล้านบาท จากการปรับประมาณการรายได้ลดลง 6% ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 59 ลดลง 6% เหลือ 2,350 ล้านบาทซึ่งหดตัว 3%YoY
- ปรับประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 54% : ในช่วง 9M59 มียอดขาย presale เกือบ 7 พันล้านบาทคิดเป็น 48% ของเป้าที่ 1.45 หมื่นล้านบาทโดยได้เปิดขายโครงการใหม่ 5 โครงการมูลค่ารวม 8,700 ล้านบาท ขณะที่แผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการมูลค่ารวม 3,700 ล้านบาทได้แก่ ลุมพินี พาร์คบีช-ชะอำ2 ลุมพินีวิลล์-รัตนาธิเบศร์ และ ลุมพินีสวีท-มักกะสันใน Q4 ได้เลื่อนออกไปเปิดในต้นปีหน้า พร้อมกับต้นปี 60 เปิดโครงการใหม่ 2 โครงการเป็นคอนโดฯ 8 ชั้นทำเลบางนาและราษฎร์บูรณะที่ก่อสร้างและโอนได้เร็วภายในปลายปีจากที่มี backlog สำหรับปี 60 ต่ำเพียง 1,384 ล้านบาทประกอบกับโครงการที่มีแผนโอนมีมูลค่ารวม 8,911 ล้านบาทลดลง 33% จากปี 59 ทำให้รายได้ปี 60 มีแนวโน้มหดตัวต่ออีก เราประมาณการรายได้ที่ราว 1.13 หมื่นล้านบาทลดลง 25% ซึ่งอาจลดลงได้อีกหากบรรยากาศการขายและโอนไม่เอื้ออำนวย ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ราว 28% ลดลงจากเดิมที่ 30% จากส่วนผสมของโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำและการเร่งระบายสต๊อกขายปิดโครงการ ทำให้ประมาณการกำไรใหม่ปี 60 ลดลง 54% เหลือ 1,351 ล้านบาทซึ่งหดตัว 43%
- คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 9.50 บาท : จากประมาณการกำใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 10 เท่าได้ท่ากับ 9.50 บาทจากเดิม 15.30 บาทซึ่งต่ำกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่คาด yield ปี 59 ส่วนที่เหลือและปี 60 อยู่ที่ราว 4.5% และ 4.1% ตามลำดับ จึงคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล








