ปรับประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5 เท่าตัว
ประเด็นการลงทุน :
- คาดกำไร 3Q59 +15%QoQ และ+549%YoY จากราคาถ่านหินที่ปรับตัวขึ้น : คาดรายงานกำไรไตรมาส 3/59 ราว 325 ล้านบาทเติบโต 15%QoQ และเติบโต 549%YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจถ่านหินปรับตัวดีขึ้นตามราคาถ่านหินยังคงปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องหลังจีนลดจำนวนวันทำงานของเหมืองถ่านหินลง 16% สู่ 276 วันในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ขณะที่คาดว่าผลประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้าทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 6 ร้อยล้านบาทคอยกดดันผลประกอบการ
- คาดผลประกอบการธุรกิจถ่านหินโดยรวมปรับตัวดีขึ้น : 1)ธุรกิจถ่านหินที่อินโดนีเซียยอดจำหน่ายปรับตัวขึ้น 4%จาก 6.55 ล้านตันในไตรมาส 2 เนื่องจากปริมาณฝนตกลดลงทำให้สามารถผลิตถ่านหินได้เพิ่มขึ้น ขณะที่เราคาดว่าราคาขายถ่านหินเฉลี่ยปรับตัวขึ้น 5% จาก 46 ดอลลาร์ต่อตันในไตรมาส 2 เนื่องจากปริมาณจำหน่าย 20% เคลื่อนไหวตามราคาถ่านหินปัจจุบัน (Spot price) ที่ปรับตัวขึ้น 39% ในไตรมาส 3 ขณะที่ต้นทุนขายยังทรงตัวตามราคาน้ำมันดีเซลที่ทรงตัวในระดับต่ำ และ2) ธุรกิจถ่านหินที่ออสเตรเลียราคาขายเฉลี่ยทรงตัวที่ 59 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตันเนื่องจากมีการตกลงราคาจำหน่ายล่วงหน้าจนถึงปลายปี 59 ขณะที่ปริมาณขายปรับตัวขึ้น 63% จากไตรมาส 2 ที่ 2.2 ล้านตันเนื่องจากไม่มีการย้ายอุปกรณ์ขุด (Longwall) ที่เหมือง Mandalong และคาดว่าต้นทุนการผลิตรวมทรงตัวใกล้เคียงไตรมาส 2 ที่ระดับ 48 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตัน
- คาดผลประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้าทรงตัว : คาดผลประกอบการโรงไฟฟ้า BLCP และโรงไฟฟ้าหงสาทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนเพราะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุง โดยโรงไฟฟ้าหงสาใช้อัตรากำลังการผลิตทรงตัวที่ 60-70% เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเฟส 1 ยังมีการซ่อมแซมอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1 ปีถึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตามหลังจากเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าครบทั้ง 3 เฟสทำให้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วง 2H60 เป็นต้นไปหากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเฟส 1 กลับมาเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ
- คงประมาณการกำไรปี 59 แต่ปรับกำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 469% ตามราคาขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น : ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 1,142 ล้านบาทเติบโต 150%YoY แต่ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 60 จาก 1,583 สู่ 9,015 ล้านบาทเติบโต 690%YoY เพราะราคาถ่านหินปรับตัวขึ้น 130%YTD จากประเทศจีนทยอยปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กที่ไม่ได้มาตรฐานราว 115 เหมืองต่อปี และปรับลดจำนวนวันทำงานของเหมืองถ่านหินลงจาก 330 วันเหลือ 276 วันเพื่อลดอุปทานในตลาด โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะตกลงราคาขายถ่านหินในปีหน้าเพิ่มขึ้นราว 35-45% จาก 46 ดอลลาร์ต่อตันในปี 59 โดยราคาถ่านหิน Newcastle ล่าสุดอยู่ที่ 114 ดอลลาร์ต่อตัน(เหมืองถ่านหินในออสเตรเลียตกลงขายถ่านหินปี 60 ที่ราคา 94 $/Ton กับโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น) ขณะที่คาดว่าต้นทุนการผลิตของบริษัทจะปรับตัวขึ้นเพียง 15-20% จาก 43 ดอลลาร์ต่อตันในปีนี้ จากการขุดถ่านหินในพื้นที่ลึกขึ้นทำให้อัตราส่วนดินต่อแร่ (stripping ratio) เพิ่มจาก 8:1 เป็น 10:1
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 21.75 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี Sum of the part (SOTP) เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าหลักทรัพย์ BPP (BANPU ถือในสัดส่วน 77.44%) โดยประเมินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ 10 บาทต่อหุ้น (สมมติฐานราคาเหมาะสม BPP 27 บาท) และธุรกิจถ่านหิน 11.75 บาทต่อหุ้น (PBV Ratio 1.1 เท่า) สำหรับปี 60 ทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 21.75 บาท จากเดิม 20 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









