วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อัคริณ’ ขยายธุรกิจไทย-อาเซียน

อัคริณ รุกลงทุน-รับบริหารโรงแรม 3 แห่ง ปักธงรีสอร์ทโซนอันดามันแห่งที่ 2 พร้อมบุกกรุงเทพฯ เล็งขยายบริหารโรงแรมในอาเซียน

นางอัญชลิกา กิจคณากร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ อัคริณโฮเทลกรุ้ป กล่าวว่า ปีนี้มีการขยายธุรกิจในเครือใหม่ 3 แห่ง เป็นโครงการที่ลงทุนเอง 1 แห่ง ได้แก่ อคีรา บีชคลับ ภูเก็ต ใช้งบ 200 ล้านบาท เป็นรีสอร์ทแห่งที่ 3 ที่เป็นเจ้าของ ต่อจาก อลีนตา 2 แห่ง ที่ หัวหิน-ปราณบุรี และ ภูเก็ต-พังงา ซึ่งโครงการอคีรา บีชคลับ เปิดบริการวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ทำเลหาดนาใต้ จ.พังงา มีห้องพัก 59 ห้อง เจาะกลุ่มที่ชอบสีสัน และเข้าสังคม รวมทั้งพักระยะสั้น ขณะที่ อลีนตา ภูเก็ต-พังงา แห่งแรก มีลูกค้าหลักเป็นกลุ่มครอบครัว มีระยะพำนักเฉลี่ยยาวกว่า

สำหรับธุรกิจรับบริหารปีนี้มี 2 โครงการในไทยและต่างประเทศ โดยในประเทศได้นำแบรนด์ “อคีรา ทองหล่อ” เจาะตลาดกรุงเทพฯ ครั้งแรก เป็นการปรับโฉมจากโรงแรมเดิม มีห้องพัก 140 ห้อง เจ้าของโครงการใช้งบปรับปรุง 200-300 บาท วางตำแหน่งเป็นโรงแรมลักชัวรีบูติค พร้อมผลักดันเข้าไปอยู่ในกลุ่มการตลาดระดับโลก คือ สมอลล์ แอนด์ ลักชัวรี โฮเทล ออฟ เดอะ เวิลด์ (เอสแอลเอช)

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายหลังเปิดบริการเดือน ธ.ค.เป็นต้นไป จะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% ลดลงจากช่วงก่อนปรับปรุงเล็กน้อย เนื่องจากมีแผนขยับราคาเฉลี่ยห้องพักต่อวัน (Average Daily Rates) เพิ่มขึ้นราว 20% ในช่วง 2-3 ปีแรกที่เปิดให้บริการ หรือปรับจาก 4,000 บาทต่อคืน ไต่ระดับขึ้นเป็น 6,000 บาท นับเป็นกลยุทธ์ของทุกแบรนด์ภายใต้อัคริณ ที่เน้นให้บริการและราคาสูงเกินค่าเฉลี่ยของย่านใกล้เคียง ดังนั้น แม้ว่าธุรกิจโรงแรมย่านทองหล่อจะมีการแข่งขันสูงจากเชนในไทยและต่างประเทศ เช่น แมริออท เชื่อว่าจะใช้มาตรฐานของแบรนด์ขับเคลื่อนราคาเทียบชั้นโรงแรมในย่านธุรกิจใจกลางเมืองอื่นๆ ได้

“ทุกโรงแรมในเครืออัคริณทำราคาได้สูงโดยไม่จำเป็นต้องมีทำเลย่านศูนย์กลาง เช่น 13 ปีก่อนเปิดโรงแรมอลีนตา ปราณบุรี ห่างไกลจากหัวหิน แต่สามารถทำราคาได้สูงกว่าโรงแรม 5 ดาวในย่านหัวหิน และรักษาระดับรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก อันดับ 1-2 ของโซนหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ มาตลอด ดังนั้น จึงมั่นใจว่าการรับบริหารในกรุงเทพฯ ที่ทองหล่อจะผลักดันราคาได้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในโซนธุรกิจ เช่น สีลม หรือ สาทร ก็ตาม”

ปี 2560 เป็นต้นไป ยังมีโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มในโซนอาเซียน เช่น เมียนมา และเวียดนาม หลังจากมีนักลงทุนหารือความเป็นไปได้ในการรับบริหารต่อเนื่อง โดยปีนี้เข้ารับบริหารโรงแรมเดอะ เพรสซิเดนท์ บาย อัคริณ เป็นโครงการต่างประเทศแห่งแรกที่เวียงจันทน์ มีห้องพักและสวีท 32 ห้อง และวางตำแหน่งเป็นโรงแรมบูติคหรูสุดในเมืองหลวงของลาว มีกลุ่มเป้าหมายผู้นำระดับสูงจากหน่วยงานรัฐและเอกชนจากยุโรป สหรัฐ นักธุรกิจจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ที่เข้าไปลงทุนและทำงานโครงสร้างพื้นฐานในลาวจำนวนมาก เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง เป็นแลนด์มาร์คสำคัญเนื่องจากอยู่ระหว่างวัดพระแก้วและทำเนียบรัฐบาล

ภาพรวมธุรกิจโรงแรม 5 แห่งในไทยปีนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะยอดจองล่วงหน้า ตั้งแต่เดือน พ.ย. จนถึง ม.ค.2560 เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โรงแรมในภูเก็ต คาดมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 60-70% ปราณบุรี อัตราคงที่ 60-70% ขณะที่เชียงใหม่ปีนี้ไม่มีโลว์ซีซัน อัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 80%

สำหรับนักท่องเที่ยวจีน ปัจจุบันครองสัดส่วน 20% หรือเข้าพักมากเป็นอันดับ 6 โดยทั้งหมดเป็นกลุ่มไฮเอนด์ทั้งรูปแบบมากับกรุ๊ปทัวร์และเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) เติบโตสวนทางกับตลาดหลักอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ เยอรมนี และ อังกฤษ ที่ชะลอลง