การเข้าใจตลาด และเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ได้มากเท่าไหร่ก็ทำให้มองเห็นลู่ทางการทำธุรกิจได้มากเท่านั้น
เช่นเดียวกับ อดัม แมททิวส์ และเจสซี่ แดงบุญเรือง สองผู้ร่วมก่อตั้งLAUNDIGO ที่จับเอามุมมองและปัญหาที่คนในยุคนี้ต้องเผชิญมาแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสใหม่ๆ
จากที่เห็นว่า คนรุ่นใหม่ทำงาน 8 ชั่วโมง ไม่รวมการเดินทางกลับบ้านท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ทำให้มีเสื้อผ้าสะสมที่ใช้สวมใส่ในแต่ละวันมีอยู่เป็นจำนวนมาก กระทั่งในวันหยุดไม่มีใครอยากมานั่งซักผ้า
คนรุ่นใหม่วันนี้มีฐานเงินเดือนสูงขึ้นกว่าสมัยก่อน มองว่าเวลามีค่าเท่ากับเงิน จะดีกว่ามั้ยหากเอาไปทำอย่างอื่น หรือ หารายได้เพิ่ม ส่วนใหญ่จึงยอมจ่ายให้กับอะไรก็ตามที่จะมาเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิต
เท่านี้ก็เป็นเหตุผลที่มาพอสำหรับการคิดค้นอะไรที่ใหม่ และดี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้
“เราอยู่ใน Lifestyle Tech ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ คนที่ทำงานเยอะ ไม่มีเวลา หรือมองว่าเวลามีค่ามากกว่าจะใช้ไปเพื่อซักผ้า” เจสซี่ แดงบุญเรือง ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง LAUNDIGO กล่าว
ก่อนหน้านี้ เจสซี่ ทำธุรกิจค่อนหข้างหลากหลายส่วน ทำให้เห็นโอกาสและช่องทางการตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ
“ก่อนหน้านี้ ตอนอยู่นิวยอร์ค ผมเปิดบริษัททำข้าวหลามขายในนิวยอร์คมาแล้ว ขายดีมาก ทุกวันนี้ก็ยังรันอยู่ แต่ให้หุ้นส่วนทางนั้นดูแล
พอกลับมาไทยก็เริ่มทำบริษัทนำเข้าเครื่องมือแพทย์ โดยเป็นหนี่งในหุ้นส่วนหลัก
และโดยส่วนตัวที่ผมมีความชอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีและชอบคิดอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว ทำให้เริ่มมองว่าอะไรที่ตอบโจทย์ปัญหาชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมขี้เกียจด้วยโดยเฉพาะเรื่องการซักผ้าก็เลยต้องหาวิธีการใหม่ๆ เข้ามาแก้ให้ได้ ซึ่งธุรกิจนี้มันเป็นการ Integrate technology and lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน”
ที่ผ่านมา มองว่าการซักผ้าเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่มานานมากในสังคมไทย โดย LAUNDIGO เป็นการเอาเทคโนโลยีมาเชื่อมต่ออุตสาหกรรมที่อยู่มายาวนานมาทำให้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีแนวทางของ LAUNDIGO ก็คือ การซักผ้าผ่านมือถือ ในลักษณะของ On-demand laundry & Dry Cleaning Application ผ่าน App Store / Google Play
“บริการจะทำในลักษณะ On demand ทุกอย่างทำผ่านมือถือ จะกำหนดวันที่มารับเสื้อผ้าไปซักแล้วก็วันจัดส่ง โดยพนักงานจะเข้าไปรับเสื้อผ้าพร้อมกับนับจำนวนชิ้นให้แล้วก็ออกใบเสร็จ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า
ซึ่งหลักๆ แล้วผมเห็นว่าคนไทยโดยเฉพาะคนที่อยู่ตามคอนโดจะไม่ชอบซักผ้าแม้ว่าหลายๆ คนจะมีเครื่องซักผ้าในบ้านแต่ไม่มีเวลากับการต้องมารอผ้าแห้งแล้วรีด อีกทั้งผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ด้วยขนาดที่ใหญ่กับพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด”
อีกจุดเด่นของบริการ นอกจากความสะดวกสบายในการไปรับส่งเสื้อผ้าถึงบ้านแล้ว ในเรื่องของราคาและคุณภาพบริการก็เป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน
“เราไม่ต่างกับร้านซักรีด บางชิ้นเราถูกกว่าด้วยซ้ำ บางร้านอาจต้องซื้อเป็นแพคเก็จจึงจะได้ราคาเท่านี้ แต่ของเราขั้นต่ำที่ 250 บาท โดยกำหนดราคาต่อชิ้นไว้อย่างชัดเจน
ในส่วนของคุณภาพนั้น เราทำพาร์ทเนอร์กับธุรกิจที่เป็น Premium wash เพราะคุณภาพคือปัจจัยหลักในการทำธุรกิจ เพราะเข้าใจว่าเสื้อผ้าคือสิ่งที่ทุกคนให้คุณค่ากับมันมาก”
วันนี้เปิดให้บริการกับคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยตามแนวรถไฟฟ้าสายหลักๆ ได้แก่ ปุณวิถี เอกมัย ทองหล่อ สยาม ย่านปทุมวัน
“หลักๆ จะให้บริการตามแนวรถไฟฟ้าในเมืองก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นเตรียมขยายไป CBD อย่างห้วยขวาง ดินแดง สาทร เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มองถึงการขยายธุรกิจออกไปที่มองไว้หลักๆ จะเป็นเชียงใหม่ ขอนแก่น”
เจสซี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เริ่มทดสอบตลาดและระบบภายในอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมจริงๆ ก่อนจะลุยตลาดอย่างจริงจัง
"ตอนนี้เรากำลังวางแผนขยายบริการ เหตุผลของการค่อยๆ ทำการตลาด เพราะต้องประเมินในเรื่องของ capacity ที่มีอยู่พร้อมแค่ไหนถึงจะเหมาะสมกับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนหนึี่งเพราะประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาจากธุรกิจก่อนหน้านี้ เร่งทำตลาด จนเมื่อลูกค้าเยอะขึ้นอาจทำให้ติดขัดบ้างในบางเรื่อง แล้วผลตอบรับกลับมาจะไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้
ในวันนี้ระบบเราพร้อมแล้ว 100% การทำแอพต้องค่อยๆ ทดสอบตลาดอยู่ตลอดเวลา ต้องปรับเพิ่ม ผลตอบรับของลูกค้าเหมือนทอง บอกว่าอันนี้ไม่ดี อันนี้อยากได้เพิ่ม จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราตอบโจทย์ลูกค้าได้
ซึ่งเราไม่ได้มองแค่ตลาดในไทย แต่มองถึงโอกาสในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้ด้วย"
หนึ่งในหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้อยู่ที่ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน เจสซี่ บอกหากคุณภาพของเซอร์วิสจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จเพราะการที่ได้ลูกค้ามา แต่ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ธุรกิจก็ตาย ธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับฐานลูกค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหน
“ธุรกิจเรามีหลาย dynamic เป็นทั้ง B2B และ B2C ด้วย หลักๆ แล้วผมไม่ได้มองแค่ B2C ส่วนของ B2B ก็ยังเห็นถึงโอกาสที่จะทำอะไรได้อีกได้อนาคต”
ขณะที่การเข้าใจตลาดและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าคนไทยอย่างลึกซึ้งก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ
"หลายแบรนด์ พอเปิดประเทศอื่นเวิร์ค แต่เข้าไทยเจ๊ง เค้าบอกเลยว่าคนไทยมีพฤติกรรมการเสพสื่อ การใช้สินค้าที่ต่างจากหลายประเทศ ซึ่งข้อดีคือ ผมเข้าใจตลาดคนไทยว่าชอบบริการรูปแบบไหน แล้วไม่ชอบอะไร นั่นคือข้อได้เปรียบ
ธุรกิจเราจะเป็นในลักษณะของ western idea แต่เน้น service mind แบบไทย"
ยกตัวอย่าง คนไทยชอบพูดคุย และรู้สึกวางใจว่ามีคนที่รอสายเราหรือโต้ตอบผ่าน chat ได้ตลอดเวลา จะเห็นได้ว่าคนไทยชอบตลาดนัด ไม่ว่าจะสมัยไหน ตลาดนัดในไทยไม่เคยล้าสมัย ยุคนี้ตลาดยังมีตลาดนัดแม้จะมีห้าง เพราะคนไทยชอบพูดคุย โต้ตอบแม้จะรู้ราคาอยู่แล้ว แม้จะเป็นธุรกิจ e-commerce ก็ต้องมี Customer care คอยให้บริการ
ซึ่งเรามีทีมบริการให้ข้อมูงผ่านไลน์ เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าไม่ทิ้งไปไหน
โดยเน็ตเวิร์คสำหรับมากสำหรับการทำธุรกิจ เจสซี่ มั่นใจว่าพลังของการตลาดออนไลน์ และการเน้นคุณภาพที่ดีจนเกิดเป็นกระแส “บอกต่อ” จะนำมาซึ่งสร้างการรับรู้และสร้างฐานธุรกิจในไทย
เส้นทางที่ท้าทาย
การทำธุรกิจไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ต้องมีวิธีแก้ปัญหา
ความท้าทายของการทำธุรกิจ เจสซี่ บอกมันมีอยู่แล้ว ยิ่งทำธุรกิจยิ่งมีความท้าทายแทรกซ้อนเข้ามาอย่างที่คาดไม่ถึงอยู่ตลอดเวลา
หนึ่งในความยากที่เจอและเป็นปัญหาที่ยากต่อการรับมืออยู่ไม่น้อย
"ตอนแรกที่เราเริ่มธุรกิจนี้ เมื่อกว่า 8 เดือนที่แล้ว ตอนที่เป็นแค่ไอเดีย พอเริ่มปุ๊บก็มีนักลงทุนสนใจเข้าร่วม พอเดินหน้าโปรเจ็คไปสักพัก นักลงทุนเกิดมีปัญหาจำเป็นต้องถอนหุ้นออกไป
ทำให้ทุกอย่างมันเกิดชะงัก
ช่วงนั้นทำให้เราที่เคยเริ่มจากศูนย์เป็นร้อย แล้วก็กลับมาเริ่มที่ศูนย์อีกครั้ง ตอนนั้นเครียดมาก แต่ก็ต้องคิดหาวิธีจนมาได้เจอนักธุรกิจคูเวตซึ่งมีบริษัททำเว็บและอีกหลายธุรกิจสนใจไอเดียนี้และมองเห็นโอกาสในไทยเพื่อตกลงเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ โดยสนับสนุนทั้งด้านประสบการณ์ คำแนะนำ คอยผลักดัน ชี้ทางให้ และเติบโตไปพร้อมกัน
ซึ่งข้อดีก็คือ การได้ทีมที่มีศักยภาพในการพัฒนาระบบและแอพพลิเคชั่นทางทีมคูเวต ส่วนผมจะเป็นจะดูแลทางด้าน Operation and Marketing ในไทย"
วันนี้ LAUNDIGO เปิดตัวให้บริการแล้วในคูเวต ได้รับการตอบรับดีมาก พิสูจน์ให้เห็นว่าโมเดลนี้ไปต่อได้ในอีกหลายประเทศ
และเป้าหมายคือการพาธุรกิจไปให้ถึง serie A









