นักวิเคราะห์ระบุ ราคาหุ้น "บางจาก" ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น แม้ลงทุนในหุ้นลูก "บีซีพีจี" ถึง 70%
บริษัทบางจากปิโตเลียม (BCP) ส่งบริษัทบีซีพีจี (BCPG) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าหลังเข้าเทรดแล้วราคาหุ้นบีซีพีจี ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากราคาไอพีโอ10 บาท ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่14.60 บาท เพิ่มขึ้น 46% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ขยับแตะ 28,000 ล้านบาท
แม้บางจากปิโตรเลียม จะเสนอขายหุ้นไอพีโอของบีซีพีจีออกไปบางส่วน แต่ปัจจุบันยังคงถือหุ้นในสัดส่วนถึง 70.35% ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการถือครองตามสัดส่วนราว 19,600 ล้านบาท ขณะที่มาร์เก็ตแคปของบางจากปิโตรเลียมนั้นอยู่ที่ราว 41,000 ล้านบาท
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า ราคาหุ้นของบางจากปิโตรเลียมในปัจจุบันเข้าข่ายต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น (Undervalue) ค่อนข้างมาก เนื่องจากมูลค่าเงินลงทุนในบีซีพีจีซึ่งบางจากปิโตรเลียมถือหุ้นอยู่ 70% เทียบเท่าราว 20,000 ล้านบาท ดังนั้น หากหักมูลค่าของบีซีพีจีออก จะพบว่าตลาดให้มูลค่าธุรกิจโรงกลั่นและค้าปลีกของบางจากปิโตรเลียมเพียง 21,000 ล้านบาท ซึ่งยังน้อยกว่ามาร์เก็ตแคปของ เอสโซ่ (ประเทศไทย) ESSO ซึ่งมีมาร์เก็ตแคป 34,000 ล้านบาท หากพิจารณาในแง่ของอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ปี 2560 บางจากปิโตรเลียมซื้อขายที่เพียง 8.6 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลปีละ 5%
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2559 จะอ่อนตัวลงจากไตรมาส 2/2559 เป็น 1,200 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน แต่จะเติบโตขึ้นถึง 181% จากไตรมาส 3/2558 เพราะปีก่อนมีขาดทุนจากสต็อกสูงมาก
ด้านกำไรจากการดำเนินงานหลักจะอ่อนลงจากทั้งไตรมาสก่อนและปีก่อน เพราะค่าการกลั่น (GRM) ลดลงเมื่อต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น ซึ่งผู้บริหารกล่าวว่า บริษัทพยายามเพิ่มปริมาณการผลิตเป็น 115,000 บาร์เรลต่อวัน จากที่ผลิตได้ต่ำในไตรมาสแรกปีนี้ เพื่อให้การผลิตเฉลี่ยทั้งปีได้ 97,000- 98,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าผลิตได้เฉลี่ย 97,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงจากปีก่อนที่ 113,000 บาร์เรลต่อวัน
ส่วนธุรกิจอื่นมีกำไรทรงตัวจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น คาดว่าอิบิทด้าจากธุรกิจนี้ที่เพิ่มจะไปชดเชยกับมาร์จิ้นของไบโอดีเซลที่ต่ำลง ยังผลให้กำไรจากธุรกิจอื่นๆ ทรงตัว ด้านธุรกิจสำรวจและผลิตยังคงขาดทุน เพราะราคาน้ำมันดิบดูไบยังต่ำกว่าต้นทุนต่อหน่วยที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับแนวโน้มไตรมาส4/2559 น่าจะดีขึ้น จากค่าการกลั่น GRM ที่ฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งฤดูหนาวจะมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น รวมทั้งคาดว่าการผลิตของโรงกลั่นอยู่ในระดับสูงที่ 110,000 บาร์เรลต่อวัน
แม้ทางฝ่ายปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ลง 15% เนื่องจากค่าการกลั่นต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรสุทธิที่ปรับใหม่ยังเติบโตได้ 16% และคาดว่าจะขยายตัวอีก 16% ในปี 2560 ขณะที่มูลค่าของหุ้นบางจากปิโตรเลียมจูงใจมาก โดยซื้อขายที่ P/E ปี 2560 ต่ำเพียง 6.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอยู่ที่ 10 เท่า และจ่ายปันผลได้สูงถึง 5-6% ต่อปี
ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาราคาหุ้นบางจากแกว่งตัวอยู่ในกรอบประมาณ 27 - 37 บาท โดยเมื่อต้นเดือน ส.ค. ได้วิ่งขึ้นไปทดสอบกรอบบนอีกครั้ง แต่ก็ปรับตัวลดลงมาซื้อขายที่ราว 31 บาท ใกล้เคียงกับราคาเฉลี่ย 200 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 30.9 บาท









