คาดการขยายเส้นทางบินจะชดเชยผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ได้
ประเด็นการลงทุน
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวได้แย่กว่ากลุ่มสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของภาครัฐ มูลค่าหุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ PER ณ สิ้นปี 2560 ที่ 12.4 เท่า ใกล้เคียงกับมูลค่าซื้อขายในช่วงเหตุการณ์ระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณเมื่อปี 2558 แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 27 เท่าอย่างมาก จากข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าราคาหุ้นกลับมาปรับตัวดีกว่ากลุ่มภายใน 2 เดือนหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เราคิดว่ากลยุทธ์ขยายเส้นทางบินใหม่ของ AAV น่าจะชดเชยผลกระทบจากการลดลงของผู้โดยสารชาวจีนได้และคาดว่าบริษัทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรหลัก YoY ไปจนถึงไตรมาส 4/59
จำนวนผู้โดยสารของ AAV ยังคงเติบโตโดดเด่นจนถึงไตรมาส 3/59
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 3/59 หลังชะลอตัวลงในไตรมาส 2/59 ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% YoY มาอยู่ที่ 8.2 ล้านคนในไตรมาส 3/59 ซึ่งเติบโตดีขึ้นจากอัตราการเติบโตที่ 8% YoY ในไตรมาส 2/59 (ดูรูปภาพที่ 1) ในขณะที่ตัวเลขผู้โดยสารโดยรวมในระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. ของ AOT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13% YoY ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศและผู้โดยสารในประเทศ (เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 12% YoY ตามลำดับ) เราคาดว่าไทยแอร์เอเชียจะรายงานการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารโดดเด่นกว่ากลุ่มที่ 21% YoY มาอยู่ที่ 4.3 ล้านคนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งได้แรงหนุนจากทั้งเส้นทางการบินระหว่างประเทศและในประเทศ
คาดกำไรหลักยังคงเติบโตดีในไตรมาส 3/59
เราคาดว่า AAV จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่น่าประทับใจที่ 534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 481% YoY และ 26% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% YoY และ 27% QoQ โดยปัจจัยหลักเบื้องหลังการเติบโตของกำไรสุทธิ YoY คือ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่บันทึกในไตรมาส 3/58 ในขณะที่ปัจจัยหลักเบื้องหลังการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกำไรหลัก ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น (YoY และ QoQ), 2) ค่าโดยสารเฉลี่ยสูงขึ้น (QoQ), 3) ราคาน้ำมันเครื่องบินลดลง (YoY) และ 4) เครดิตภาษี (ดูรูปภาพที่ 2 - 4)
แนวโน้มกำไรยังคงเติบโตแข็งแกร่ง YoY ไปจนถึงไตรมาส 4/59
แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารชาวจีนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของภาครัฐ เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารของบริษัทในเส้นทางบินในกลุ่มประเทศ CLMV และเส้นทางบินในประเทศที่เติบโตดีจะชดเชยผลกระทบจากผู้โดยสารชาวจีนที่ลดลงได้ นอกจากนี้ผู้โดยสารชาวจีนส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นนักท่องเทียวอิสระซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคาตั๋วน้อยกว่ากรุ๊ปทัวร์ เราคาดว่าสถิติการจราจรทางอากาศของไทยแอร์เอเชียจะยังคงมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 4/59 และคาดว่ากำไรหลักของ AAV ในไตรมาส 4/59จะขยายตัว YoY ถึงแม้ว่าค่าโดยสารเฉลี่ยจะลดลง อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 4/59 จะอ่อนตัว QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางด้านภาษีที่สูงขึ้นจากการรับเครื่องบินลำใหม่จำนวน 2 ลำในไตรมาสดังกล่าว
จากคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดก่อนหน้านี้, ต้นทุนราคาน้ำมันเครื่องบินที่ต่ำกว่าคาดและอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าประมาณการ เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้น 12% มาอยู่ที่ 2,389 ล้านบาท และ 13% มาอยู่ที่ 2,755 ล้านบาทสำหรับปี 2560 (ดูรูปภาพที่ 5) ทั้งนี้เราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 มาอยู่ที่ 8.40 บาท (จาก 8 บาท) อ้างอิงจากระดับ PER ที่ 14 เท่าและ EV/EBITDA ที่ 8 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค 20% เนื่องจากบริษัทแนวโน้มกำไรเติบโตดีกว่ากลุ่ม








