วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุ่ม 8.6 พันล้านอุ้มข้าวหอมมะลิ

"นบข." เสนอ "ครม." ของบ 8.6 พันล้าน ออกมาตรการจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ ตันละ 11,525 บาท คาดชะลอขายข้าวเปลือกออกจากสู่ตลาด 2 ล้านตัน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วานนี้(31ต.ค.)เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่านบข.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยเหลือเกษตรที่ปลูกข้าวหอมมะลิเป็นค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวและค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวไร่ละ500บาทไม่เกินรายละ10ไร่หรือคิดเป็นการช่วยเหลือ1,295บาทต่อตัน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 8,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ ให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายไปก่อนแล้วรัฐบาลชดเชยเงินงบประมาณคืนในภายหลัง โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในวันนี้ (1พ.ย.)

สำหรับหลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางที่ราคา90%ของราคาตลาดปัจจุบันที่ราคาตันละ 9,700 บาท โดยเกษตรกรจะได้รับเงินจาก ธ.ก.ส.ที่ตันละ8,730บาท โดยเกษตรกรที่เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางจะได้ค่าเก็บรักษาข้าวตันละ1,295 บาท ซึ่งคิดจากเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวไร่ละ 500 บาทรายละไม่เกิน10ไร่ และค่าเก็บข้าวในยุ้งฉาง1,500บาทต่อตัน โดยจะจ่ายให้ทันที 1,000 บาท และอีก 500 บาทจะจ่ายเมื่อไถ่ถอน ซึ่งรวมแล้วจะทำให้เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือตันละ11,525บาท

สำหรับเกษตรที่ไม่มียุ้งฉางเก็บข้าวจะได้รับการช่วยเหลือรวมค่าเก็บรักษาข้าว 1,295 บาทต่อตัน รวมเป็นการช่วยเหลือตันละ10,995 บาท โดยรัฐบาลมีเป้าหมายชะลอการขายข้าวเปลือกหอมมะลิออกจากตลาดปริมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งมาตรการนี้มีผลใช้ทันที ส่วนมาตรการช่วยเหลือข้าวชนิดอื่นๆ จะมีการพิจารณาเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดอีกครั้ง

“กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดข้าไปดูแล ตรวจสอบโรงสี ไม่ให้กดราคารับซื้อข้าวจากเกษตรกร โดยจะให้โรงสีติดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวให้ชัดเจน โดยกระทรวงเกษตรติดตั้งเครื่องมือวัดความชื้น เพื่อไม่ให้เอาเปรียบเกษตรกร และกระทรวงพาณิชย์จะออกตรวจสต็อกข้าวของผู้ส่งออกทุกรายอย่างเข้มงวด โดยให้มีสต็อกไม่ต่ำกว่า 500 ตัน”นางอภิรดีกล่าว

ชาวนาโวยรัฐบาลไม่จริงใจ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าในที่ประชุมนบข. นายกรัฐมนตรีบอกว่าหากมาตรการนี้ยังไม่เพียงพออาจมีมาตรการใหม่เข้ามาเสริม แต่จะเป็นมาตรการอะไร ต้องดูผลของมาตรการรับจำนำยุ้งฉางก่อน

ด้านนายวิเชียร พวงลำเจียก คณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรทำนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลสนใจใส่ใจชาวนาบ้าง เพราะที่ผ่านมาไม่มีความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหาราคาข้าว ต้นทุนเกษตรกรสูง มีการกดราคาจากโรงสีราคาข้าวหอมมะลิลดลงมาอยู่ที่ 6,000-7,000 บาท/ตัน ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ แต่เมื่อชาวนาทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้รับคำตอบว่า ต่างประเทศที่เคยซื้อข้าวจากไทยไม่ซื้อแล้ว เพราะ ผลผลิตในประเทศอื่นมีสูงขึ้น ทำให้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเกิดขึ้นกับชาวนาไทยอีกครั้ง

ส่วนที่รัฐบาลประกาศจะรับจำนำยุ้งฉางในราคา 8,730 บาท/ตัน ขณะที่ต้นทุนชาวนาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 10,400 บาท/ตัน รวมค่าฝาก ค่าบริหารจัดการแล้ว ดี 11,000 บาทเศษนั้นถือว่ารัฐบาลไม่เข้าใจชาวนา แล้วการรับจำนำยุ้งฉางสิ่งที่เป็นปัญหาคือชาวนาส่วนใหญ่ ไม่มีลานตาก ข้าวก็มีความชื้นสูง ไม่มียุ้งฉางสำหรับเก็บข้าว รวมถึงไม่มีแรงงานที่จะเก็บเกี่ยวเมืองเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จโดยใช้รถหรือเครื่องจักร ก็ขนไปที่โรงสีเพื่อขายเลย การประกาศรับจำนำยุ้งฉางจึงไม่น่าจะเกิดประโยชน์ไม่น่าจะชี้นำราคาได้แต่อย่างใด

“ต้องบอกว่ารัฐบาลไม่จริงใจ มีการประกาศพักหนี้ แต่ในส่วนของดอกเบี้ยยังเดินหน้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ไม่พักดอกเบี้ย ชาวนาที่เคยกู้เงินกับธ.ก.ส. ดอกเบี้ยเคยอยู่ที่ 3%เมื่อเข้าโครงการพักหนี้ของรัฐบาลดอกเบี้ยไม่พักเลย ยังเดินหน้าต่อ ดอกเบี้ยปรับเป็น7%กันหมดแล้ว รัฐบาลมีโครงการพักหนี้ให้ทั้งชาวนาและข้าราชการ แต่ดอกเบี้ยชาวนายังเดินแล้วจะเรียกพักหนี้ยังไง ขณะที่ข้าราชการมีเงินเดือนพักหนี้ รัฐบาลอุดหนุนดอกเบี้ยให้ด้วย โดยเฉพาะข้าราชการครู รัฐบาลไม่จริงใจกับชาวนาอย่างมาก”

โรงสีจี้ธ.ก.ส.ดันจำนำยุ้งฉางตามเป้า2ล้านตัน

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงสีข้าว กล่าวว่า มาตรการผลักดันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ โดยเฉพาะการรับจำนำยุ้งฉางที่ราคา 11,525 บาท/ตัน แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อที่ได้จากโครงการ 8,730 บาท เงินช่วยเหลือและปรับปรุงคุณภาพข้าว 1,295 บาท และค่าเก็บรักษา 1,500 บาท ที่นบข.อนุมัติออกมาจะช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในตลาดได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสามารถผลักดันให้เกษตรกรนำข้าวมาจำนำยุ้งฉางได้ครบได้เป้าหมาย 2 ล้านตันข้าวเปลือกหรือไม่ หากต่ำกว่าเป้าหมายมาตรการดังกล่าวก็ไม่น่าจะช่วยผลักดันราคาข้าวในตลาดได้

“รัฐบาลคงต้องเร่งให้ธ.ก.ส.ทำการประชาสัมพันธ์ให้ชาวนานำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการ เพื่อดูดซับปริมาณข้าวเปลือกหอมมะลิที่จะทยอยออกมาพร้อมกันช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.มากถึง 10 ล้านตัน เพราะหากชะลอการขายไม่ได้ จะทำให้ข้าวเข้ามาในตลาดพร้อมกันส่งผลกระทบต่อราคาให้ต่ำลงไปอีก” แหล่งข่าว กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีกระแสข่าวว่าโรงสีกดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรนั้น อยากให้มองว่าโรงสีจะซื้อข้าวจากเกษตรกรได้ ก็ต้องขายข้าวสารกับผู้ส่งออกข้าวให้ได้ก่อน เมื่อผู้ส่งออกข้าวซื้อข้าวสารกับโรงสีในราคาต่ำมาก เพราะมีการไปแข่งขันตัดราคาส่งออก จากนั้นมากดราคากับโรงสี ทำให้โรงสีจึงต้องซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในราคาต่ำลง

แต่ไม่ใช่กก.ละ 5 บาทอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งข้าวเปลือกหอมมะลิที่มีความชื้นสูงมากยังอยู่ในระดับราคา 6.5-7.2 บาท/กก. หากเป็นข้าวแห้งก็อยู่ในระดับราคา 9-10 บาท/กก.ขึ้นไป

ทหารบุกโรงสี ย้ำอย่ากดราคา

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า การกำหนดมาตรการของนบข.ไม่น่าจะช่วยดึงให้ราคาข้าวหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นได้ เนื่องจาก เป็นการกำหนดราคาที่ไม่ต่างจากราคาท้องตลาดทำให้ไม่มีแรงจูงใจให้ชาวนานำข้าวเข้าร่วมโครงการ

ส่วนสาเหตุทีราคาข้าวหอมมะลิลดลง เชื่อว่ามาจากตลาดต่างประเทศเกิดความผิดปกติ ซึ่งส่งต่อผลกระทบไปยังผู้ส่งออกข้าวและต่อเนื่องมาถึงโรงสี และชาวนาในที่สุดซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาต้องพิจารณาทั้งกระบวนการ ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่ง

รายงานข่าวจากผู้ประกอบการโรงสีแจ้งว่า ในช่วงตลอดทั้งวัน (31 ต.ค.) มีทหารจำนวนหนึ่งเดินทางบุกเข้าไปในโรงสีข้าวเกือบทุกแห่งทั้งพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน เพื่อสอบถามวิธีการซื้อข้าวจากชาวนา ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ชี้แจงว่าดำเนินการตามกลไกตลาด จากนั้นนายทหารก็ย้ำเรื่องไม่ให้กดราคาข้าวจากชาวนา และเดินทางกลับ

ตัวแทนชาวนายื่นหนังสือนายกฯ

นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ตัวแทนชาวนาจะทำหนังและเดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงความผิดหวังต่อมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่นบข.มีมติออกมา เนื่องจากเป็นราคาที่ต่ำจนเกินไป ทำให้ชาวนาไม่เห็นด้วยและผิดหวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้าวหอมมะลิไทยไม่เคยราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/ตัน แต่ราคาที่นบข.กำหนดเป็นราคาคำนวณจากฐาน 90%ของราคาตลาด ซึ่งอยู่แค่ 8,730 บาท/ตัน เท่านั้น ถือว่าต่ำมาก

นอกจากนี้ ในหนังสือยังจะระบุถึงแนวทางการดูแลราคาข้าวไทยต่อไปในอนาคต ว่ารัฐบาลมีแนวทางในการพัฒนาข้าวให้กับประเทศไทยอย่างไร ที่จะทำให้ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่คงไม่ได้ขอให้เพิ่มราคารับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิยุ้งฉาง เพราะมติดังกล่าวจะถูกเสนอครม.ในวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งคงไม่ทันการแล้ว

“ชาวนาทั้งประเทศรู้สึกผิดหวัง ไม่เห็นด้วย และไม่พอใจกับมาตรการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ได้หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทางรมว.เกษตรฯ ได้รับปากที่จะผลักดันราคาจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิยุ้งฉาง 1.1 หมื่นบาท รวมกับค่าฝากเก็บ 1,500 บาท รวมเป็น 1.25 หมื่นบาท/ตัน เป็นราคาที่ชาวนาพอใจ แต่สุดท้ายทางกระทรวงพาณิชย์และธ.ก.ส.กลับไม่ใช้ราคาดังกล่าว อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาจำนำยุ้งฉางให้ชัดเจนก็ไม่ทำ จนราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างเป็นอยู่ในปัจจุบัน”

อิหร่านเจรจาซื้อข้าวไทย13-16พ.ย.นี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดกิจกรรมเจรจาการค้าสินค้าข้าวและมันสำปะหลัง ระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย. 2559 ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน รายงานว่าจะนำคณะผู้ซื้อผู้นำเข้าสินค้าข้าวรายใหญ่ของประเทศอิหร่าน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำเข้าอิสระและผู้นำเข้าที่เป็นตัวแทนภาครัฐรวมจำนวน 15 ราย เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาการค้าดังกล่าว

“การเดินทางมาไทยของคณะผู้ซื้อผู้นำเข้าอิหร่านในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเจรจาสั่งซื้อ และสานต่อนโยบายการนำเข้าข้าวจากไทย หลังการเดินทางเยือนไทยล่าสุดของประธานาธิบดีอิหร่านในการประชุมACDที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 8-10 ต.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น” รมว.พาณิชย์ กล่าว

ด้านนางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่าอิหร่านมีความต้องการบริโภคข้าวปริมาณ 3 ล้านตัน/ปี ขณะที่การผลิตข้าวในประเทศมีเพียง 2 ล้านตัน มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศประมาณปีละ 1 ล้านตัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ