วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GFPT - ซื้อ

แนวโน้มระยะกลางยังคงดีอยู่

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่าราคาลูกเจี๊ยบและราคาไก่ในประเทศหน้าฟาร์ม ณ ปัจจุบันจะยังคงถูกกดดันจากช่วงฤดูฝนและภาวะน้ำท่วม แต่เราประเมินว่าเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นตามฤดูกาลก่อนที่ราคามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นหลังจากกลางเดือนพ.ย.เป็นต้นไป แนวโน้มราคาไก่ในประเทศหน้าฟาร์มในระยะกลางโดยภาพรวมยังคงดีอยู่ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาวะการขาดแคลนปู่ย่าพันธุ์ไก่ (ประเทศไทยยังคงห้ามนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่จากประเทศสหรัฐฯ) ภายใต้ภาวะที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับต่ำ (โดยเฉพาะราคาข้าวโพด) เรายังคงคาดว่ามาร์จิ้นจากธุรกิจไก่เนื้อน่าจะยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2560 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำไรสุทธิที่ยังคงเติบโตในเกณฑ์ดี (จากการส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่งและส่วนแบ่งกำไรจากจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์ที่ยังคงเติบโตดี) และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก

ส่องกล้องไตรมาส 3/59—ปริมาณยอดส่งออกและอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวหนุนกำไรเติบโต

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 18% QoQ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณยอดส่งออกและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้น (จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง) เราคาดยอดขายไตรมาส 3/59 ที่ 4.36 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 12% QoQ ได้แรงหนุนจากรายได้ส่งออกที่ขยายตัว ซึ่งน่าจะกลบรายได้จากอาหารสัตว์และรายได้จากผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ลดลง ปริมาณยอดส่งออกโดยรวมในไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 7 พันตัน เพิ่มขึ้น 32% YoY และ 21% QoQ เนื่องจากฐานปริมาณยอดส่งออกที่ต่ำมากในไตรมาส 3/58 และปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากลูกค้าญี่ปุ่นและมาเลเซีย ราคาส่งออกเฉลี่ยคาดว่าอยู่ที่ 3,800 เหรียญ/ตันในไตรมาส 3/59 ลดลง 10% YoY และ 5% QoQ เนื่องจากปริมาณยอดขายไก่สดแช่แข็งที่เพิ่มสูงขึ้นเทียบกับปริมาณยอดส่งออกรวม ราคาไก่สดแช่แข็งเฉลี่ยต่ำกว่าราคาไก่ปรุงสุกคิดเป็น 1,000 เหรียญ/ตัน

รายได้จากอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลง YoY (หนุนโดยรายได้อาหารสัตว์บกและอาหารสัตว์น้ำที่ลดลง) แต่ฟื้นตัว QoQ (จากช่วงไฮซีซั่น) รายได้จากผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศมีแนวโน้มลดลงทั้ง YoY และ QoQ (จากปริมาณยอดขายและราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง และภาวะการบริโภคในประเทศที่ลดลง) ราคาขายชิ้นส่วนไก่ในประเทศมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ถึงแม้ว่าราคาไก่ในประเทศปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม (ราคาเฉลี่ยไก่ในประเทศอยู่ที่ 38 บาท/กก. ในไตรมาส 3/59 เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 3% QoQ) เราประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.1% ในไตรมาส 3/59 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/57 เป็นต้นมา (เทียบกับ 11.7% ในไตรมาส 3/58 และ 13.8% ในไตรมาส 2/59) ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนสต็อกข้าวโพดและกากถั่วเหลืองราคาถูกจากสองไตรมาสก่อนหน้า เราคาดกำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นในไตรมาส 3/59 ที่ 63 ล้านบาท ลดลง 40% YoY และ 38% QoQ เนื่องจากรายได้ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ลดลง เราคาดการณ์กำไรสุทธิของแม็คคีย์ในไตรมาส 3/59 ที่ 127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% YoY และ 3% QoQ (จากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและประสิทธิการผลิตที่ดีขึ้น)

ราคาไก่ในประเทศปรับลดลงชั่วคราวในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.

ราคาไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 43 บาท/กก. ในช่วงกลางเดือนส.ค. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเหลือ 35 บาท/กก. ช่วงปลายเดือนก.ย. และทรงตัวที่ระดับ 33-34 บาท/กก. ในเดือนต.ค. ราคาลูกเจี๊ยบปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเช่นกันที่ 19.25 บาท/ตัวในเดือนส.ค. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเหลือ 14.25 บาท/ตัวในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. เราเชื่อว่าราคาที่ปรับตัวลดลงมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักและภาวะน้ำท่วมในต่างจังหวัดที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาวการณ์บริโภคโดยรวมชะลอตัวลงและตามมาด้วยการดัมพ์ไก่ในราคาถูกเข้ามาในตลาด

ราคาไก่ในประเทศปรับตัวลดลงก่อนจะที่จะเข้าสู่เทศกาลกินเจในช่วงต้นเดือนต.ค. และภายใต้ที่สถานการณ์ที่ภาวะน้ำท่วมและฝนที่ตกหนักยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง และฤดูฝนที่คาดว่าจะหมดลงในเดือนพ.ย. และการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นตอนช่วงปลายปี เราคาดว่าราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.เป็นต้นไป ดังนั้นเราจึงมองว่าราคาไก่ในประเทศที่ปรับตัวลดลงจึงเป็นเพียงแค่ปัจจัยลบระยะสั้นตามฤดูกาล โดยแนวโน้มระยะกลางยังคงดูดีอยู่ซึ่งได้แรงหนุนจากการยังคงห้ามนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่จากประเทศสหรัฐฯ เข้ามาในประเทศไทย