วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกสูงขึ้น

เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่มีปัจจัยการเติบโตชัดเจน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ :  ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกสูงขึ้น

เราคาดวันนี้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสถูกกดดันจากจิตวิทยาเชิงลบจากปัจจัยภายนอก ทั้งการที่โอเปคไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องลดกำลังการผลิตได้ (ประชุมครั้งต่อไป 30 พ.ย.) และจากความกังวลของนักลงทุน เกี่ยวกับการใช้อีเมลล์ส่วนตัวกับงานราชการของนางฮิลลารี หลัง FBI ค้นพบอีเมลล์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าประเด็นจับตาที่สำคัญแท้จริง อยู่ที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ตัวเลข GDP ไตรมาส 3/59 ของสหรัฐฯ ที่ 2.9% ซึ่งแข็งแกร่งและสูงที่สุดในรอบ 2 ปี ทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง เรายังให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยในรอบ ธ.ค.เป็นหลัก อย่างไรก็ตามเรามองเห็นโอกาสราว 10-15% ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดจาก 1) คะแนนนิยมของนางฮิลารีที่เริ่มทิ้งห่างนายทรัมป์ อาจทำให้เฟดกล้าตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่การประชุมวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ 2) การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้แสดงเห็นว่าเฟดมีความเป็นอิสระจากการเมือง ดังนั้นการเก็งกำไรช่วงสั้นจึงเพิ่มความระมัดระวัง // ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน อาจมีการพิจารณามาตรการดูแลราคาข้าว ซึ่งตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลบวกต่อหุ้นบริโภคและค้าปลีก

กองทุนอสังหาริมทรัพย์: TPRIME เข้าซื้อขายวันแรก อาจไม่หวือหวาเหมือน GVREIT (IPO 10 บาท เปิดซื้อขายวันแรก 13 บาท และสูงสุดวันแรก 14.50 บาท) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในช่วง 14 วัน ก่อน GVREIT เข้าซื้อขายปรับลดลง ทำให้ความน่าสนใจลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ 21 วันที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในทิศทางปรับขึ้น
กลุ่มหลักทรัพย์: เริ่มรายงานกำไรไตรมาส 3/59 โดย MBKET กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 43% YoY ขณะที่ CNS กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17% YoY โดยหลักมาจากรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้น ตามปริมาณซื้อขายเฉลี่ยที่เพิ่มจาก 37,233 ล้านบาท เป็น 54,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึน 46% เราคาดผลประกอบการที่ออกมาดีและมาจากรายได้ค่านายหน้าเป็นหลัก จะก่อให้เกิดแรงเก็งกำไรระยะสั้นในผลประกอบการของบริษัทที่เหลือ

แนวรับ/แนวต้าน : 1485-1492 /1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

คำแนะนำทางกลยุทธ์ : เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่มีปัจจัยการเติบโตชัดเจน และ/หรือมีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐมาเสริม ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น หรือหุ้นที่มีผลประกอบการปลายปีแข็งแกร่ง หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการและอาจรวมถึงคำแนะนำหลังรายงานผลประกอบการไตรมาสนี้ // หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ TU, ROBINS, PSTC*

ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์

- หุ้น SET100 ที่ laggard (เทียบ 6 ต.ค.): JWD*, KBANK, IFEC*, BCP

- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*

- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH

(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH // หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณากำหนดจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)

หุ้นแนะนำทางพื้นฐาน

TU (24.50) : กำไรปี 2560 เติบโต 16.6% สูงสุดในกลุ่มอาหาร ได้ปรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และการเติบโตมีโอกาสดีกว่าคาดจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับดีลล่าสุด Red Lobster ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดบริษัทสามารถพลิกให้ธุรกิจกลับมากำไรได้ในปี 2560

ROBINS (80) : ผลประกอบการเข้าสู่ช่วง high season ปลายปี และมีโอกาสเติบโตดีกว่าคาดหลังกำลังซื้อต่างจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นตามรายได้ภาคการเกษตรก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 12.4% นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาดเม็ดเงินอัดฉีดภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PEG เท่า CPALL แต่ถูกกว่าในเชิง PER และ EV/EBITDA



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลของประเทศผู้ซื้อข้าว และตลาดต่างประเทศที่เสียคำสั่งซื้อไปก่อนหน้านี้ ให้หันกลับมาซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น ทั้งการเดินทางไปเจรจากับมาเลเซียวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ จากนั้นจะเดินทางต่อไปประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 3-4 พ.ย. และฟิลิปปินส์ ช่วงเดือน พ.ย.59 เดินทางไปจีน อิหร่าน อิรัก และแอฟริกา ช่วงเดือน ธ.ค.59 และ ก.พ.-เม.ย.60 (เดลินิวส์)

+ นายชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการส่งเสิรมการท่องเที่ยวและไมซ์ เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้เตรียมเสนอทางภาครัฐให้จัดทำโครงการอเมซิ่ง ไทย โฮสต์ หาบุคลากรที่เกษียณอายุแล้วมารับหน้าที่เจ้าบ้านในการดูแลความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ เริ่มต้น 1,000 คน ใน 10 จังหวัดก่อน ครอบคลุมทั้งแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองและชายทะเล (โพสต์ทูเดย์)

+ ธนาคารออมสินได้ออกสลากออมสินพิเศษ 5 ปี เนื่องในโอกาสจัดงานวันออมแห่งชาติวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยจะเปิดรับฝากตั้งแต่ วันที่ 2 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ด้าน ธอส.ขยายสินเชื่อ 63 ปี ดอกเบี้ยพิเศษช่วยคนมีบ้าน (โพสต์ทูเดย์)

- ธุรกิจประเมินเปิดเออีซีเกือบปียังห่างเป้า เหตุโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม เผชิญมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี แนะเร่งสรุปบทเรียนแก้ข้อบกพร่อง มั่นใจศักยภาพเติบโตสูง (กรุงเทพธุรกิจ)

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์หลังการซื้อขายผันผวน แต่ตลาดสามารถฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างหนักจากข่าวที่ว่าเอฟบีไอจะทำการตรวจสอบอีเมลจำนวนมากขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 8.49 จุดหรือ 0.05% สู่ 18,161.19, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 6.63 จุดหรือ 0.31% สู่ 2,126.41 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 25.87 จุดหรือ 0.50% สู่ 5,190.10 (รอยเตอร์)

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามแผนการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้มีรายงานระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค.ดิ่งลง 1.02 ดอลลาร์ หรือ 2 % มาปิดตลาดที่ 48.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (รอยเตอร์)

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดขยับขึ้นในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสายการบิน หลังจากบริษัท IAG เปิดเผยผลประกอบการ อย่างไรก็ดี นักลงทุนมุ่งความสนใจไปยังหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากการเปิดเผยผลประกอบการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารเคลื่อนตัวอยู่ใกล้จุดสูงสุดของปี 2016 ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 9.69 จุด หรือ 0.14 % สู่ 6,996.26 อย่างไรก็ดี ดัชนีปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการร่วงลง 0.3 % จากสัปดาห์ที่แล้ว (รอยเตอร์)

+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกหนุนหุ้นกลุ่มการเงิน ซึ่งสะท้อนการลงทุนมากขึ้นของบรรดาสถาบันการเงินในพันธบัตรต่างประเทศ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 109.99 จุดหรือ 0.63% สู่ระดับ 17,446.41 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. (รอยเตอร์)