วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SPALI - ซื้อ

คาดกำไร 3Q59 ลดลง 5%YoY และ 33%QoQ คงประมาณการตามเดิม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาดกำไร 3Q59 ลดลง 5%YoY และ 33%QoQ : แนวโน้มกำไร 3Q59 จะอ่อนแอที่สุดรายไตรมาสเนื่องจากมียอดโอนต่ำกว่า Q2/59 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเร่งโอนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษีที่จะสิ้นสุดในปลายเดือนเม.ย. ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มต่ำกว่า 2Q59 ที่ระดับเกือบ 39% และยอดโอนที่ต่ำทำให้คาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมน่าจะสูงกว่าระดับ 10.2% ใน 2Q59 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้จากการโอนราว 4.5 พันล้านบาท ลดลง 3%YoY และ 28%YoY และประมาณการกำไรราว 967 ล้านบาท ลดลง 5%YoY และ 33%QoQ

- 9M59 มียอดขาย presale คิดเป็น 71% ของเป้าทั้งปี : ในช่วง 9M59 มียอดขาย presale 1.75 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%YoY ซึ่งคิดเป็น 71% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 2.45 หมื่นล้านบาท ในช่วงเวลาที่เหลือกับสถานการณ์ปัจจุบันผู้บริหารเริ่มไม่แน่ใจเนื่องจากบริษัทได้ยกเลิกอีเว้นท์เปิดตัวคอนโดมิเนียม 2 โครงการไปเป็นต้นปีหน้าจากแผนเดิมจะเปิดในเดือนต.ค.ได้แก่ ศุภาลัยโอเรียนทอล-สุขุมวิท 39 มูลค่ารวม 7.5 พันล้านบาทและศุภาลัยวีรันดา-พระราม 9 มูลค่ารวม 4 พันล้านบาท ซึ่งอาจมีผลกระทบให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า อย่างไรก็ดี ยอดขายโครงการแนวราบปีนีเป็นไปได้ดีตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งทำให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าอาจทำได้ใกล้เคียงเป้า

- คงประมาณการกำไรปี 59-60 ตามเดิม ซึ่งเติบโต 13% และ 7% ตามลำดับ :  ปลายก.ย.59 มียอดขายรอโอน (backlog) รวม 3.6 หมื่นล้านบาทโดยมี backlog ส่วนที่จะโอนภายในปี 59 อยู่ที่ราว 2.18 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 99% ของเป้าทั้งปีที่ 2.2 หมื่นล้านบาท ทำให้โอกาสพลาดเป้าต่ำมาก สำหรับ Q4 มี backlog ราว 4.65 พันล้านบาทโดยจะมีส่วนเติมเต็มจะมาจากการขายโครงการแนวราบที่ขายได้ดีในปีนี้และคาดว่าบรรยากาศการโอนน่าจะดีขึ้นในช่วงปลายปี ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรปี 59 ตามเดิมที่ 4,896 ล้านบาทซึ่งเติบโต 13% สำหรับปี 60 มี backlog รองรับ 1.3 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 56% ของประมาณการรายได้ที่ 2.3 หมี่นล้านบาท ขณะที่ส่วนผสมของโครงการที่จะโอนน่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ราว 39% และยังคงประมาณการกำไรปี 60 ตามเดิมที่ราว 5,215 ล้านบาทซึ่งเติบโต 7% จากประมาณการกำไรปี 59

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสม 27.40 บาทสำหรับปี 60 : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวยังแข็งแกร่งจากการมีสินค้าหลากหลายครอบคลุมสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 60 ซึ่งประเมินด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 9 เท่าได้เท่ากับ 27.40 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด 13% โดยคาดการณ์ yield ที่ราว 4.2% ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”