วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

THCOM - ซื้อ

ดาวเทียมดวงแรกในต่างประเทศของกลุ่มไทยคม

ประเด็นใหม่

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แซทเทลไลท์ จำกัด (ISC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ THCOM ได้ลงนามในสัญญาการจัดซื้อดาวเทียมกับบริษัท ไชน่า เกรท วอลล์ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (CGWIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตดาวเทียมในประเทศจีน มูลค่ารวมของการจัดซื้อดาวเทียมอยู่ที่ 208 ล้านเหรียญ (หรือ 7.28 พันล้านบาท) ซึ่งรวมต้นทุนดาวเทียมและค่ายิงดาวเทียม การสร้างดาวเทียมคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณช่วงปลายปี 2562 สำหรับการจ่ายชำระเงินค่าสร้างดาวเทียมจะอยู่รูปของการทยอยจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้าของงานที่เสร็จสิ้นให้กับผู้ขาย
ดาวเทียมจะมีคาปาซิตี้ของช่องสัญญาณเคเอแบนด์ที่ 53 กิกะบิตต่อวินาที และมีอายุการใช้งานจำนวน 15 ปี โดยดาวเทียมจะครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในทวีปเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย THCOM ได้เข้าทำสัญญาให้เช่าคาปาซิตี้ทั้งหมดของช่องสัญญาณดาวเทียมดวงนี้แก่ลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งเป็นระยะเวลา 15 ปี โดย THCOM จะได้รับเงินค่าเช่าจากลูกค้ารายนี้ล่วงหน้าเต็มจำนวน ซึ่งจะใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการก่อสร้างดาวเทียมในขั้นตอนต่อไป

แหล่งรายได้ที่แน่นอนในอนาคตท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ

เนื่องจากยังคงมีความไม่ชัดเจนและปัญหาที่ยังคารังคาซังระหว่าง THCOM กับภาครัฐในประเด็นที่ว่าดาวเทียมดวงใหม่ในอนาคตจะอยู่ภายใต้ระบบสัมปทานหรือระบบใบอนุญาต (ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนในประเด็นเรื่องที่ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมให้กับภาครัฐอีกหรือไม่) เราเชื่อว่านี่คือการตัดสินใจที่ดีมากสำหรับ THCOM สำหรับการจัดหาคาปาซิตี้ใหม่จากดาวเทียมต่างประเทศเพื่อรองรับและสร้างความมั่นคงของรายได้ดาวเทียมในอนาคตหลังจากดาวเทียมไทยคม 8 แทนที่จะรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบจากภาครัฐสำหรับดาวเทียมไทยคม 9 และไทยคม 10 (เราเชื่อว่าอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่จะได้ข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงครึ่งแรกของปี 2560) การยิงดาวเทียมบรอดแบนด์ดวงใหม่ในครั้งนี้จะดำเนินการอยู่ภายใต้ใบอนุญาตและอยู่ภายใต้วงโคจรของลูกค้ารายนี้ และจะเป็นดาวเทียมดวงแรกของ THCOM ที่ดำเนินการโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานไทย (ทั้งกสทช.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม)

ลูกค้ารายใหม่หมายถึงกำไรสุทธิต่อปีที่จะเพิ่มขึ้นอีก 2-3% ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป

รายได้ที่ THCOM รับล่วงหน้าจากลูกค้ารายนี้จะตั้งค้างไว้ในงบดุลในช่วงระหว่างการก่อสร้างดาวเทียมในช่วงปี 2560-62 ก่อนที่จะเริ่มรับรู้รายได้จากดาวเทียมดวงนี้จริงตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ณ ปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนและชัดเจนสำหรับวิธีการทางบัญชีว่าจะรับรู้รายได้และต้นทุนของดาวเทียมดวงนี้ครั้งเดียวในปี 2560 หรือจะกระจายบันทึกในช่วงตลอดอายุการใช้งาน 15 ปี  

ภายใต้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมของการกระจายรับรู้ทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายตลอดอายุ 15 ปี และอัตรากำไรสุทธิที่ 8-12% เราประมาณการรายได้ต่อปีจากดาวเทียมดวงนี้ที่ 530-550 ล้านบาท หรือส่งผลกระทบต่อประมาณการรายได้ต่อปีคิดเป็น 4% และกำไรสุทธิต่อปีที่ 42-66 ล้านบาท หรือส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิต่อปีคิดเป็น 1.6-2.6% ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป แต่ถ้าใช้สมมติฐานบันทึกรายได้เพียงครั้งเดียว (โดยไม่คำนึงถึงมูลค่าของเงินตามเวลา) และอัตรากำไรสุทธิที่ 8-12% ในปี 2563 เราประเมินว่าจะส่งผลต่อกำไรสุทธิปี 2563 ให้เพิ่มขึ้นอีก 630-990 ล้านบาทหรือส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2563 ให้เพิ่มขึ้นอีก 24-38% และเนื่องจากวิธีการบันทึกบัญชีที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก เราจึงยังคงไม่รวมดาวเทียมดวงนี้เข้าไปประมาณการของเราแต่อย่างใด เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในปี 2560 แนวโน้มของความชัดเจนที่มีมากขึ้นในประเด็นด้านกฎระเบียบที่ค้างคาภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ถูกมาก