วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 28 ตุลาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบดีดตัว หลังท่าทีในการลดกำลังการผลิตของโอเปคมีความชัดเจนขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังท่าทีของซาอุดิอาระเบียและกลุ่มโอเปคในการจำกัดเพดานการผลิตมีความชัดเจนขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบียกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรัสเซียว่า กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปคมีความประสงค์ที่จะลดกำลังการผลิตลงประมาณร้อยละ 4 จากระดับการผลิตที่สูงที่สุดของกลุ่ม

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลที่เปิดเผยโดย Genscape ว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ได้ปรับตัวลดลง 650,000 บาร์เรลเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

- แม้ว่ากลุ่มโอเปคได้ออกมาแสดงเจตจำนงในการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง แต่ทางด้านนาย Jabar Ali al-Luaibi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอิรัก ผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับที่สองในกลุ่มโอเปค ได้ออกมาแถลงว่า อิรักไม่มีความประสงค์ที่จะลดกำลังการผลิตลง และขอเป็นประเทศยกเว้นร่วมกับลิเบีย ไนจีเรีย และอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในประเทศ หรือได้รับการคว่ำบาตรในอดีต เนื่องจากอิรักต้องการเงินทุนจำนวนมากจากการค้าขายน้ำมันดิบเพื่อใช้ในการทำสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS

- นาย Fayadh al-Nema รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอิรักเปิดเผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของอิรักได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.8 ล้านบาร์เรล และยอดการส่งออกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน โดยปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ท่อส่งน้ำมันดิบ Kurdish กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง หลังจากต้องปิดทำการไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาระหว่างรัฐบาลกรุงแบกแดดและรัฐบาลท้องถิ่นของ Kurdish (KRG)

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินในเอเชียได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันเบนซิน U.S. RBOB ที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าน้ำมันเบนซินจากภูมิภาคเอชียตะวันออกจะไม่สามารถส่งไปยังตะวันออกกลางได้เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงทรงตัวในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ดี อุปทานภายในภูมิภาคเอเชียยังคงมีมากจากการที่ค่าการกลั่นทรงตัวในระดับสูง เป็นผลให้โรงกลั่นยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งยอดการส่งออกในเดือนกันยายนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 ล้านตัน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

        ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

        ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 28 – 29 ต.ค. ที่เมืองเวียนนา เพื่อหารือเกี่ยวกับเพดานปริมาณการผลิตของแต่ละประเทศในกลุ่มโอเปค และระยะเวลาในการลดกำลังการผลิต พร้อมกันนี้ กลุ่มโอเปคจะเชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นน้ำมันดิบกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ต.ค. ปรับตัวลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในวันที่ 1 –2 พ.ย. นี้ ว่าเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วนี้หรือไม่ โดยตลาดคาดว่าในการประชุมครั้งนี้เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม เนื่องจากยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. โดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยคาดจะเป็นการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ธ.ค.

                                                            -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999