กำไรไตรมาส 3/59 มากกว่าคาดจากส่วนต่างดอกเบี้ยดีขึ้น
กำไรเกินความคาดการณ์ของเรา 15%
KTC ประกาศกำไรไตรมาส 3/59 ที่ 640 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดด 28% YoY และ 10% QoQ โดยที่ผลประกอบการมากกว่าที่เราคาดการณ์ถึง 15 % ส่วนมากมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่เราคาดการณ์ เราคาดว่าบริษัทประกาศส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 3/59 ที่ 23.00% เทียบกับตัวเลขที่ประกาศคือ 23.35% กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียเติบโตก้าวกระโดดถึง 20% YoY และ 5% QoQ อยู่ที่ 1.72 พันล้านบาท (มากกว่าที่เราคาดการณ์เพียงเล็กน้อย) กำไรใน 9 เดือนแรก เติบโตถึง 21 % อยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 74.2% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 2.5 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
พอร์ตสินเชื่อสุทธิปรับ 1.5% QoQ และ 11.4% YoY มาอยู่ที่ 6.22 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกย.2559จาก 6.13 หมื่นล้านบาทในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของ KTC ปรับสูงขึ้นถึง 138 bps YoY และ 147 bps QoQ มาอยู่ที่ 23.35% ในไตรมาส 3/59 หนุนโดยปัจจัยสินเชื่อเติบโตและการบริหารการจัดการที่ดีของต้นทุนทางการเงิน ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขยายตัวขึ้น 9% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที 1.73 พันล้านบาท ในขณะที่การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสุทธิในไตรมาส 3/59 อยู่ที่ 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 1% QoQ ซึ่งตัวเลขใกล้เคียงกับของตัวเลขของเราทั้งนี้สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.86% จาก 1.91% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2559 ส่วนอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 447% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาที่ 440%
แนวโน้ม
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ KTC ตั้งแต่ไตรมาส 4/59เป็นต้นไป หลักจากยังคงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี แม้ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวในช่วงเดือน ก.ย 2559 เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 4/59 จะเพิ่มสูงขึ้น YoY จากการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงคาดการณ์กำไรปี 2559 อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท
คำแนะนำ
เป็นอีกครั้ง ที่เรามองว่าผลประกอบการของ KTC มีแนวโน้มการอัพไซด์จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1)การเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งกว่าที่เราตั้งสมมติฐาน (อ้างอิงจากค่าใช้จ่ายในบริโภคที่ฟื้นตัวในไตรมาส 4/59 และ ปี 2560 จากการเติบโตของการซื้อกิจการเข้ามาใน พอร์ตสินเชื่อของสินเชื่อส่วนบุคคล) และ 2)ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์จากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่อยู่ในระดับที่สูงที่ 447% ในไตรมาส 3/59 ณ ปัจจุบัน KTC ซื้อขายกันที่ PER ปี 2560 ที่ 11 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.9 เท่า ดังนั้นเราจึงคงคำแนะ “ซื้อ” สำหรับ KTC









