ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้น
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง โดยผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วานนี้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่างๆไว้ตามเดิม และไม่ได้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมในทำ QE ที่จะอาจครบกำหนดในเดือน มี.ค. 2560 ซึ่งนักลงทุนคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค. 2559 ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศวานนี้ได้แก่ US existing home sales เดือน ก.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 3.2%mom เทียบกับที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.4%mom และดีกว่าเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ -1.5%mom ส่วนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ 260,000 ราย มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 250,000 รายเล็กน้อย และเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 247,000 ราย
แนวรับ/แนวต้าน : 1480/1510 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิง
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ
PTTEP (101) : แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ราวๆ 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ตอนแรกที่ 3.9-4.0 พันล้านบาท นอกจากนี้กำไรยังผลกระทบจากปัจจัยในประเทศน้อย รวมทั้งยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ แบงก์พาณิชย์ 3 แห่งเร่งเบิกธนบัตรเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 28 ต.ค.นี้ หลังประชาชนต้องการมาก ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งเร่งจัดหาเสื้อดำราคาถูก จำหน่ายประชาชน ระบุกำลังซื้อช่วยหนุนจับจ่ายไตรมาส 4 ขณะที่ในหลายจังหวัดหันมาย้อมเอง แก้ปัญหาขาดแคลน ทางด้านสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ เตรียมผนึกบริษัทนำเที่ยวมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว “90 สายถวายราชา” ชูแนวคิด “เที่ยวทั้งที ทำดีเพื่อพ่อ” เที่ยวตามรอยพระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หวังประชาชนน้อมรำลึก ศึกษาแนวคิดในหลวง ร.9 พัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่พสกนิกรทุกหย่อมหญ้า (กรุงเทพธุรกิจ)
+ นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 60 แอตต้าเตรียมนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ทำตลาดจีน ประมาณ 200-300 ราย ไปออกงานโรดโชว์ครั้งใหญ่ ในรูปแบบการสำรวจแหล่งท่องเที่ยว หรือเมกะแฟมทริป ใน 4 เมืองหลักของประเทศจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาซื้อขายทางธุรกิจรวมถึงประชาสัมพันธ์ให้คู่ค้าในตลาดจีนทราบว่าขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่การทำตลาดทัวร์ให้เป็นตลาดคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูตลาดและสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น หลังจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญตั้งแต่เดือน ส.ค.-ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านกรุ๊ปทัวร์ยังมีแนวโน้มลดลง (เดลินิวส์)
+ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดประจำปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลมีรายได้ 2.41 ล้านล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวน 2.8 ล้านล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย.2559 มีจำนวน 4.41 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐ (โพสต์ทูเดย์)
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดีหลังการซื้อขายผันผวน ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยผลประกอบการล่าสุด โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ได้ช่วยชดเชยการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทเลคอม ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 40.27 จุดหรือ 0.22% สู่ 18,162.35, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 2.95 จุดหรือ 0.14% สู่ 2,141.34 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 4.58 จุดหรือ 0.09% สู่ 5,241.83 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.3 % ในวันพฤหัสบดี ในขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทำกำไรสัญญาน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันเพิ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 15 เดือนที่ 51.93 ดอลลาร์ในวันพุธ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ดิ่งลง 1.17 ดอลลาร์ หรือ 2.3 % มาปิดตลาดที่ 50.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 50.25-51.58 ดอลลาร์ (รอยเตอร์)
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดขยับขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารของอังกฤษ หลังจากธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอังกฤษยังแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยคงที่ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดขยับขึ้น 4.98 จุด หรือ 0.07 % สู่ 7,026.90 (รอยเตอร์)
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือนในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนได้ปรับตัวรับผลการโต้วาทีชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐนัดสุดท้าย ซึ่งผลสำรวจความเห็นพบว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตชนะการโต้วาที ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 236.59 จุดหรือ 1.39% ที่ 17,235.50 (รอยเตอร์)









