กรุงเทพประกันภัยห่วงตลาดประกันรถแข่งโหดตัดเบี้ยแรง ยันคุมเข้มตรวจสอบภัยและความเสี่ยงสมดุลกับราคาย้ำทั้งปีนี้ยันเป้ากำไรจากรับประกันโตไม่ต่ำ
กว่า10%แม้หั่นเป้าเบี้ยรับ โต5%จาก13% เดินหน้าทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า การแข่งขันตัดราคาที่สูงขึ้นตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาจนทำให้ราคาเบี้ยประกันปรับลดลง10%ในขณะที่ค่าใช้จ่ายค่าซ่อมและค่าแรงเพิ่มสูงขึ้นขึ้นมากกว่า10% ทุกปี โดยเฉพาะการปรับลดราคาเบี้ยสำหรับลูกค้าประวัติดี และปรับเพิ่มสำหรับกลุ่มที่มีอัตราความเสียหายสูง ถือว่าสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก
ทั้งนี้คาดว่าครึ่งปีหลังธุรกิจประกันวินาศภัยน่าจะทรงตัวจากครึ่งปีแรกยังชะลอตัว ในส่วนของบริษัทได้ลดเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้เหลือ5% หรือ16,665ล้านบาทจากเดิมคาดว่าจะเติบโตได้13% หรือ18,000ล้านบาทมาจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่คาดว่าหดตัว 2.8% ทำให้สัดส่วนการรับประกันภัยลดลงจากเดิม42%เป็น40% ส่วนเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุเติบโต10%เบี้ยประกันภัยสุขภาพเติบโต5%และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดเติบโต17% ส่วนเบี้ยประกันอัคคีภัยเติบโตน้อยลง เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันให้สถาบันการเงินระมัดระวังปล่อยสินเชื่อ ประกันอัคคีภัยรายใหญ่หันไปประกันIARที่เบี้ยถูกลง โดยช่วง 6 เดือนแรกของปีเบี้ยยังหดตัว-1% หรือ7,814ล้านบาทเทียบช่วงปีก่อนแต่ยังมีผลกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย734.73ล้านบาทโต17.7%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตามบริษัทยังตั้งเป้าหมายการทำกำไรจากการรับประกันภัยในปีนี้มากกว่า10% โดยในช่วงที่ผ่านมากำไรจากการรับประกันภัยรถยนต์เติบโตลดลงเล็กน้อยจาก10.7%มาอยู่ที่10.65% และกำไรจากการรับประกันภัยIAR เติบโต 8-9%จากเดิม38%
“บริษัทพร้อมแข่งขันในธุรกิจแต่ต้องสร้างดุยภาพเบี้ยประกันภาพรวมและการทำกำไร โดยในช่วงที่เหลือของปีบริษัทได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายแก่ผู้ที่มีประวัติขับรถดีขึ้นและใช้รถน้อยเพิ่มเติมเน้นเข้าแข่งขันลดเบี้ยได้ในกลุ่มรถรุ่นความเสี่ยงต่ำเช่น SUVหรือกระบะแต่ละแบรนด์ และตลาดประกันภัยรถ2+,3+ได้”
ด้านนายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ กล่าวว่า หากดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงมาที่ระดับ1,350 จุดถือว่าเป็นจังหวะที่น่าลงทุน โดยในปีนี้บริษัทยังเหลือเม็ดเงินลงทุนในหุ้นประมาณ300-400ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าลงทุนไปแล้ว 100 ล้านบาท และในปีหน้าอาจจะมีขายหุ้นทำกำไรออกมาบ้างพร้อมยังเพิ่มเงินฝากและเงินสภาพคล่องเพิ่มขึ้นสำหรับผลตอบแทนการลงทุนปีนี้คาดว่าจะรักษาไว้ที่ระดับ3.2%จากปีก่อนที่3.8%







