กำไรเกินคาดจากกำไรพิเศษ
กำไรพิเศษเพิ่มขึ้น 41% สูงกว่าประมาณการของเรา
KKP รายงานกำไรไตรมาส3/59 ที่ 1.69 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% YoY และ 30% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราและ Bloomberg ประมาณการ 41% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรพิเศษสุทธิที่ 523 ล้านบาท ซึ่งได้จากกำไรจากอสังหาริมทรัพย์จากสินทรัพย์รอการขาย เราคาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษสุทธิที่เพียง 50 ล้านบาทในไตรมาสนี้ กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียเติบโต 14% YoY และ 18% QoQ มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท (สูงกว่าประมาณการของเราอยู่ 10%) กำไร 9 เดือนจากปี 2559 เพิ่มขึ้น 75% มาอยู่ที่ 4.1 พันล้านบาท คิดเป็น 89% ของประมาณการกำไรเดิมที่ 4.6 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สินเชื่อปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% QoQ (และหดตัว 1.4% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน) มาอยู่ที่ 1.754 แสนล้านบาท (หนุนโดยสินเชื่อสำหรับธุรกิจบรรษัท; เพิ่มขึ้น 100% มาอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท) ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 107bps YoY และ 76 QoQ มาอยู่ที่ 5.55% ในไตรมาส3/59 ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับพิเศษ 569 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 1% YoY (แต่ลดลง 2% QoQ มาอยู่ที่ 1 พันล้านบาท) จากกำไรที่ชะลอตัวลงของการปริวรรตเงินตราต่างประเทศลดลง
KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เพียง 1 พันล้านบาท สำหรับไตรมาส3/59 เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 63% QoQ เราประมาณการการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ 980 ล้านบาท สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.9% ในปลายเดือนก.ย. จาก 6.1% ใน 3 เดือนก่อนหน้านี้ ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 105% จาก 96% ที่ 3 เดือนก่อนหน้า อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ลดลงมาจากกลุ่มค้าปลีกในขณะที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไตรมาส 3/59 ของทั้งธุรกิจและเอสเอ็มอียังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า
แนวโน้ม
เราคาดว่า KKP จะสามารถรักษาแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/59 เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อที่ดีและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้นจากธุรกิจวาณิชธนกิจ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เนื่องจากรายได้ที่แข็งแกร่งซึ่งมาจากสินทรัพย์ที่รอขายในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 และ2560 ส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรด้วยสินทรัพย์ดังกล่าวซึ่งเป็น 650 ล้านบาทในปี 2559 จากเดิมอยู่ที่ 200 ล้านบาทและ ในปี 2560 เป็น 350 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 100 ล้านบาท จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ KKP อีก 12% ในปี 2559 อยู่ที่ 5.15 พันล้านบาท และ 7% ในปี 2560 เป็น 5.45 พันล้านบาท ตามลำดับ
คำแนะนำ
การปรับประมาณการกำไรส่งผลให้เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ KKP ในปี 2560 อีก 11% เป็น 71.00 บาท อ้างอิงจาก PBV ปี 2559 ใหม่ที่ 1.4x (+0.75 SD) อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแนวโน้มการปรับค่าอัพไซด์จากดีลของ IB ในปีหน้า กอรปกับมีการเติบโตของสิ้นเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้น โดยปัจจุบัน KKP ซื้อขายทั่วไปที่ PBV ปี 2560 1.1 เท่า ด้วยปันผลสูงสุดที่ 6.5% จากกลุ่ม ดังนั้นเราคงคำแนะนำที่ “ ซื้อ” สำหรับ KKP









