วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SELIC - IPO 2.90 บาท

SELIC ผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมครบวงจร

บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)(SELIC) เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวสำหรับอุตสาหกรรม เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศกว่า 27 ประเทศทั่วโลกมีความต้องการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อซื้อเครื่องจักรและลงทุนในการวิจัยและพัฒนา โดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว3.40บาทสำหรับปี 2560

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

- SELIC : ผู้ผลิตกาวอุตสาหกรรมครบวงจร :   บริษัทผลิตและจำหน่ายกาวซึ่งใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลักดังนี้ 1) กาว Solvent มีตัวทำละลายเป็นน้ำมันหรือสารระเหย 2) กาวน้ำมีตัวทำละลายเป็นน้ำ 3)กาวร้อนหรือกาวเทอร์โมพลาสติก และ4)ผลิตภัณฑ์อื่น ได้แก่น้ำยาทำความสะอาดคราบซึ่งมีสัดส่วนรายได้ปี 58 อยู่ที่ 53% 4% 24% และ 19%ตามลำดับ โดยบริษัทเน้นขยายฐานลูกค้าในผลิตภัณฑ์กาวร้อนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงกว่ากาวชนิดอื่นๆ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 27%ต่อปีซึ่งสูงสุดในผลิตภัณฑ์กาวทั้ง 3 ชนิดของบริษัท

- คาดกำไรปี 59 และ 60 เติบโต 12% และ 30%ตามลำดับ :  ฝ่ายวิจัยประเมินรายได้ในปี 59 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 600 ล้านบาทเติบโตเพียง2%YoY เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์กาวให้ตรงตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยคาดว่าต้องใช้เวลาทดลองผลิตภัณฑ์ก่อนสั่งซื้อเชิงพาณิชย์ราว 6-12 เดือนรายได้จึงยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ด้านกำไรเราคาดว่าปี 59 จะรายงานกำไรราว 44 ล้านบาท เติบโต 12%จากผลของการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้นสำหรับปี 60 คาดว่าจะมีรายได้ 700 ล้านบาทเติบโต 15%YoYเพราะบริษัทได้มีส่วนร่วมออกแบบขั้นตอนบรรจุภัณฑ์ร่วมกับลูกค้าเพื่อพัฒนาคุณสมบัติของกาวให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องจักรส่งผลให้สายการผลิตของลูกค้าทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำและช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้แก่บริษัท อีกทั้งคาดว่าลูกค้าจะเริ่มสั่งซื้อในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นปี 60 ขึ้นมาที่ระดับ 27.5% (จากปี 58 ที่ระดับ 25.7%) โดยคาดกำไรปี 60 จะเติบโตราว 30% เป็น 57ล้านบาท

- การประเมินมูลค่าหุ้น :  ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PE Ratioอิง Prospective PEที่ 17 เท่าโดยคำนวณกำไรต่อหุ้นปี 60 ได้ 0.20 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมที่ 3.40 บาท

ปัจจัยเสี่ยง:   1) การขยายงานกลุ่มกาวที่มีอัตรากำไรสูงล่าช้า

                 2) ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายปรับตัวขึ้น

                 3) การสั่งซื้อเชิงพาณิชย์จากลูกค้าล่าช้า