ปรับประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้น 3% แต่ประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 3%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- กำไร 3Q59 เพิ่มขึ้น 7%YoY และ15%QoQ กำไร 9M59 ลดลง 12%YoY : 3Q59 มีกำไรสุทธิ10,856 ล้านบาทโดยเพิ่มขึ้น 7%YoY และ 15%QoQเนื่องจากสำรองหนี้สูญลดลง 9%YoYและ21%QoQและต่ำกว่าสมมติฐานที่ใช้ทำ preview 11%ทำให้ประกาศกำไรดีกว่าคาด 8% ในช่วง 9M59 มีกำไรสุทธิ 3 หมื่นล้านบาทลดลง 12% เนื่องจากผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิที่ระดับ 3.55% ลดลงจาก 3.66% ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 53%YoY จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพซึ่งทำให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (%gross NPL) พุ่งขึ้นเป็น 3.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.89% ณ ปลายมิ.ย. 59 และระดับ 2.7% ณ ปลายธ.ค. 58
- แผนการดำเนินงานปี 60ระมัดระวังเพิ่มขึ้น : ผู้บริหารได้แจ้งถึงแผนการดำเนินงานปี 60 ต่อตลท.ซึ่งเป็นแผนที่ระมัดระวังมากขึ้นโดยมีเป้าการเติบโตของสินเชื่อลดเหลือ 4-6% จากเป้าเติบโตของสินเชื่อ 6-7% ในปี 59การเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 5% ลดลงจาก 10% ในปี 59อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ตั้งเป้าที่ราว 45% จากเป้า 45-47% ในปี 59 อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (% gross NPL) 3.3 – 3.4% ดีขึ้นจาก 3.5 – 3.6% ในปี 59 อย่างไรก็ดี ธนาคารมีนโยบายตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูงเมื่อเทียบกับปี 59 โดยมี credit cost 200-225 bps สูงกว่าระดับไม่เกิน 190 bps ในปี 59
- ปรับประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้น 3% แต่ประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 3% : กำไร 9M59 ที่คิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีที่ 3.75 หมื่นล้านบาทและฝ่ายวิจัยยังคงสมมติฐานสำรองหนี้สูญปี 59 ที่ 3.26 หมื่นล้านบาทตามเดิมแต่ได้ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ในช่วง 9M59 ที่ลดเหลือ 40% เทียบกับ42% ใน 9M58 ทำให้ประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้น 3% เป็น 3.85 หมื่นล้านบาทซึ่งลดลง 2% จากปี 58 สำหรับประมาณการปี 60 ได้มีการเพิ่มสมมติฐานสำรองหนี้สูญเป็น 3.78 หมื่นล้านบาทและลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากเดิม 10% เหลือ 5%ทำให้ประมาณการกำไรปี 60 ลดลง 3% เหลือ 3.97 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโตเพียง 3% จากปี 59
- คงคำแนะนำ“ซื้อ”ปรับราคาเหมาะสมเหลือ215 บาทสำหรับปี 60 : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของ KBANK ยังดีในฐานะที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแต่ในระยะสั้นถูกกระทบจากความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ทำห้ราคาเหมาะสมปี 60 ซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 1.5เท่าลดเหลือ 215 บาทจากเดิม 219 บาทยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุดราว 13% ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”






