วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์'สั่งตรึงราคาขายกระสอบทรายที่ 25–30 บาท

"กระทรวงพาณิชย์" จับตาราคาสินค้าในช่วงภาวะน้ำท่วม พร้อมสั่งตรึงราคาขายกระสอบทรายอยู่ที่ 25 – 30 บาท ยันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังถูก

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในภาวะสถานการณ์น้ำท่วมบางจังหวัดขณะนี้ทางกระทรวงฯ ได้มีการเฝ้าระวังสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า คือ 1. สินค้าอ่อนไหวที่ต้องทำการเฝ้าระวังราคาทุกวัน เช่น กระสอบทราย น้ำดื่ม และเครื่องสูบน้ำ 2. สินค้าที่ตรวจตราราคาประจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน และผงซักฟอก และ 3. สินค้าที่มีความเคลื่อนไหวน้อย โดยการติดตามราคาสินค้าดังกล่าวกระทรวงฯ จะดำเนินการตลอดทั้งเดือน ต.ค.นี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้ตรึงราคาอย่างเหมาะสมเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับอานิสงค์ราคาน้ำมันลดลงแล้ว

อย่างไรก็ดี สำหรับราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างกระสอบทรายพบว่าปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 25 – 30 บาทต่อ 15 กิโลกรัมซึ่งถือเป็นราคาปกติ ขณะเดียวกันในส่วนของสินค้าประเภทอุปโภคบริการอย่างผักและหมูเนื้อแดง ขณะนี้ก็พบว่ายังมีราคาเฉลี่ยที่ถูกกว่าเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และถูกกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กรณีที่มีร้านอาหารบางรายยังคงขายอาหารปรุงสำเร็จในราคาที่สูงแม้จะมีต้นทุนราคาสินค้าประเภทผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ถูกลงนั้น กระทรวงฯ ต้องชี้แจงว่าอาจเกิดจากปัจจัยที่นอกเหนือจากต้นทุนด้านสินค้า เช่น เกิดจากค่าแรง ค่าเช่าที่ ค่าบริการต่างๆ ที่ทำให้ร้านอาหารต้องปรับราคาสูงอยู่จึงเกินกว่าอำนาจหน้าที่ของกระทรวงฯ ที่จะเข้าไปควบคุม

“บางร้านอาหารที่ขายราคาแพงก็น่าจะเกิดจากปัจจัยเรื่องอื่นที่เข้ามาทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะต้นทุนสินค้าผัก หรือหมูเนื้อแดงแน่นอนเพราะราคาไม่สูงในขณะนี้ แต่ปัจจุบันก็ยังพบว่าหลายร้านอาหารที่ขายอาหารปรุงสำเร็จเฉลี่ยราคาอยู่ที่ 35 บาท อีกทั้งกระทรวงฯ ยังมีโครงการหนูณิชย์พาชิม จำหน่ายราคาอาหารปรุงสำเร็จไม่เกิน 35 บาทต่อจานเป็นทางเลือกให้ประชาชนด้วย ส่วนประเด็นเรื่องของค่าบริการเซอร์วิสชาร์ตที่เกิดขึ้นกับร้านอาหารเรียกเก็บ 10% นั้น กระทรวงฯ ยืนยันว่าหากร้านอาหารใดไม่มีระบุไว้ ผู้บริโภคก็สามารถแจ้งความจำนงที่จะไม่จ่ายได้ เพราะตามกฎหมายร้านอาหารจะต้องมีการกำหนดราคาที่จะเรียกเก็บอย่างชัดเจน หากร้านใดฝ่าฝืนก็ถือมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท”