ธุรกิจท่องเที่ยว-สายการบินหวั่น คำเตือนคาร์บอมฉุดช่วงไฮซีซีน โรงแรม-ศูนย์การค้า-สนามบิน-รถไฟฟ้า เฝ้าระวังความปลอดภัยเข้ม
หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แจ้งเตือนว่าอาจจะเกิดเหตุก่อการร้ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 25-30 ต.ค.นี้ โดยมีห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเป็นเป้าหมาย ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการขนส่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสูงสุด
การเตือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียงข่าวลือ และการก่อเหตุในกรุงเทพฯที่ผ่านมา ไม่ได้เกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า คำเตือนดังกล่าวทำให้ ทีเอชเอ ทำหนังสือส่งไปยังสมาชิกโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อยกระดับสอดส่องดูแลสถานการณ์ภายในพื้นที่ของตัวเอง ช่วยเหลือทางการในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการออกเตือนดังกล่าว ด้านหนึ่งประเมินว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถระมัดระวังล่วงหน้า แต่ในแง่หนึ่งอาจเป็นผลกระทบจากการระบุวันที่เกิดเหตุชัดเจน ซึ่งเกรงว่าจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก และยกเลิกการเดินทางในช่วงดังกล่าว เนื่องจากระหว่างนี้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบระยะสั้นจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญนักท่องเที่ยวจีนมาแล้ว และทำให้ยอดจองห้องพักในเดือน ต.ค.ลดลงไปแล้วกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เซ็นทารา”ผนึกห้างฯเข้มปลอดภัย
ด้านนายธีรยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ช่วงไฮซีซันนี้ได้ชัดเจนเช่นกัน โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ตามปกติช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ควรมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% แต่ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่า การเดินทางสะสมตั้งแต่ต้นปี จะทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีนี้ไม่ต่ำกว่า 80% โดยโรงแรมในกรุงเทพฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการประมาทได้กำชับให้โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าในเครือ ยกระดับการดูแลความปลอดภัย ตั้งจุดตรวจตราคนเข้า-ออกทั้งโรงแรมและห้างสรรพสินค้าอย่างเข้มข้น และตรวจตรารถยนต์มากขึ้น เพิ่มกำลังสอดส่องรอบนอกให้ระมัดระวังไม่ให้มีการจอดรถยนต์ในที่ๆ ไม่ควรจอด แต่ทั้งนี้ เป็นการยกระดับมาตรการภายในก่อน ยังไม่มีการประกาศสื่อสารออกไปให้ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวรับทราบ เพราะต้องการรอดูสถานการณ์แท้จริงก่อน จะได้ไม่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกเกินไป
“ไทยแอร์ฯ”แจงผู้โดยสารไฮซีซันยังโต
ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่ครั้งนี้มีการเตือนก่อการร้ายขึ้นมาล่วงหน้า ซึ่งในแง่ดีก็คือทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันสอดส่องระมัดระวังร่วมกัน
ไทยแอร์เอเชียเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจตราความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่สนามบิน แต่ยังไม่อยากนำเหตุการณ์ครั้งนี้ยกขึ้นมาเป็นตัวแปรที่อาจกระทบต่อช่วงไฮซีซันนี้ เพราะเป็นเพียงการเตือนให้ระมัดระวังล่วงหน้า และที่ผ่านมาด้วยยอดนักท่องเที่ยวที่เข้ามาต่อเนื่อง ทำให้ผู้โดยสารในช่วงไฮซีซันนี้ยังมีแนวโน้มเติบโต 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราบรรทุกเฉลี่ยผู้โดยสารตลอดทั้งปีอยู่ที่ 83-84%โดยขณะนี้มาตรการทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบต่อตลาดจีนบ้าง แต่ในระดับไม่เกิน 10%
รอประเมินผลกระทบ3-4วันจากนี้
ขณะที่นายสง่า เรืองวัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร กล่าวว่า ต้องรอประเมินผลกระทบในช่วง 3-4 วันหลังจากนี้ว่าประเทศต่างๆ จะออกคำเตือนประชากรที่จะเดินทางมาไทยหรือไม่ เพราะหากมีคำเตือนดังกล่าวก็มีโอกาสทำให้ตลาดนั้นๆ งดการจองโรงแรมเข้ามาในช่วงไฮซีซันทันที
นายสง่า กล่าวว่าผลกระทบอันดับแรกที่จะเห็นทันทีคือลูกค้าคนไทยที่มาเที่ยวสถานบันเทิงในย่านถนนข้าวสาร ซึ่งปกติมีสัดส่วน 50% เท่ากับต่างชาตินั้นอาจจะลดลงไปกว่า 20-30%ทันที
ขณะที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นว่าการเตือนคาร์บอมบ์ดังกล่าวจะยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน เพราะที่ผ่านมาไทยมีประสบการณ์ในการรับมือต่อเหตุการณ์เป็นอย่างดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติมาระดับหนึ่งแล้ว
ทอท.-รถไฟฟ้ายกระดับความปลอดภัยสูงสุด
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ได้ยกมาตรการการรักษาความปลอดภัยในสนามบิน 6 แห่งที่อยู่ในความดูแลเป็นระดับ3จากทั้งหมด 4 ระดับ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าติดตามด้านการข่าว และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพิ่มวงรอบของทุกส่วนงานรักษาความปลอดภัย
นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ทอท.ขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
สำหรับท่าอากาศยาน6แห่งซึ่งอยู่ภายใต้การดูแล ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่
นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า รฟม. ได้สั่งการให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEMผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน สายเฉลิมรัชมงคล สายฉลองรัชธรรม และหน่วยงานด้านความปลอดภัยของรฟม. ให้ดำเนินการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ทั้งนี้ จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสาร ตรวจบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและภายในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพื่อป้องกันเหตุโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
หุ้นการบิน-ท่องเที่ยวร่วงรับข่าว
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นก็อาจจะมีส่วนให้อารมณ์ของตลาดเป็นไปในเชิงลบ อย่างหุ้นท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มท่องเที่ยวก็ปรับตัวลดลง ประกอบการภาวะตลาดโดยรวมที่ยังมีความกังวลต่อปัจจัยอื่นๆ อยู่ด้วย
ทั้งนี้ ความกังวลต่อประเด็นนี้ก็อาจจะทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นในช่วงก่อนที่จะถึงวันที่อาจจะเกิดเหตุตามคำเตือน แต่หากผ่านไปได้ด้วยดี ความกังวลต่อประเด็นนี้ก็น่าจะหมดไป แต่ภาวะตลาดโดยรวมก็ยังคงถูกกดดันโดยปัจจัยอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีปัจจัยหนุนตลาดให้เกิดการฟื้นตัวได้
“ภาวะตลาดในช่วงต่อจากนี้ถือว่าเปราะบาง ฉะนั้นนักลงทุนอาจรอดูสถานการณ์โดยรวมต่อไป และไม่ต้องรีบเข้าลงทุน ส่วนผู้ที่มีหุ้นอยู่อาจจะหาจังหวะขายหากมีการรีบาวด์ในช่วงสั้น แนะนำถือหุ้นในสัดส่วนแค่ 20 – 30% ของพอร์ต และต่อจากนี้คงต้องติดตามเงินลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง เพราะมูลค่าที่ซื้อสะสมกว่าแสนล้านบาทตั้งแต่ต้นปี หากมีปัจจัยลบหนักๆ อาจมีการขายออกมาได้”
ด้านนางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่าคำเตือนที่ออกมาน่าจะทำให้อารมณ์การลงทุนแย่ลง ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ที่กังวลกันอยู่แล้ว ทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ จึงมีโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะลงไปทดสอบบริเวณ 1,410 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของรอบที่แล้ว









