"ครม."เห็นชอบปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ ชู 5 แผนหลัก หวังสอดคล้อง WTO เดินหน้าเลิกอุดหนุนราคา
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการและแนวทางแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำแผนทั้งระบบตั้งแต่ปี 2559-2564 และให้สอดคล้องกับพันธกรณีและความตกลงภายใต้องค์การการค้าโลก หรือ WTO โดยจะมีการกำหนดแผนงาน เป้าหมาย กิจกรรมดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการ
สำหรับแผนดังกล่าวจะประกอบด้วย 5 แผนงานโดยมีสาระสำคัญ คือ 1.ปรับปรุงพระราชบัญญัติอ้อยและนำตาลทราย รวมทั้งกฎหมายและระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมการนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆได้ โดยจะยกเลิกระบบโควตาน้ำตาล ,ยกเลิกการกำหนดราคาน้ำตาลภายในประเทศ, ยกเลิกมาตรการให้เงินช่วยเหลือค่าอ้อยแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่อุดหนุนให้ 160 บาทต่อตันอ้อย , ยกเลิกให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจ่ายเงินชดเชยค่าอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาลกรณีราคาอ้อยขั้นสุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้น
นอกจากนี้ยังต้องปรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าน้ำตาลทรายภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนหรือ AFTA อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย จึงได้กำหนดให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายครอบคลุมไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆเช่น เอทานอล ไบโอพลาสติก ไบโอเคมี และปรับปรุงกฎหมายตามกฎหมายโรงงาน กฎหมายผังเมือง และกฎหมายสิ่งแวดล้อม ให้สามารถดำเนินได้ตามยุทธศาสจร์อ้อยและน้ำตาลทราย และสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า แผนงานที่ 2 เป็นการเพิ่มผลิตภาพอ้อยและน้ำตาลทราย โดยมีเป้าหมายลดปริมาณอ้อยไฟไหม้ ให้หมดภายใน 5 ปี , การนำของเสียจากโรงงานมาเป็นผลผลิตหรือเป็นสารบำรุงดินในไร่อ้อย ,การเพิ่มผลิตภาพการผลิตไฟฟ้าจากอ้อย , การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรในแปลงปลูกอ้อยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพ
ส่วนแผนงานที่ 3 เป็นการกำหนดมาตรฐานน้ำตาลทรายต้นทุนมาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการกำหนดมาตรฐานการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงานน้ำตาล ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีผลิต 2559/60 เพื่อให้การคำนวณต้นทุนมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่และให้เป็นที่ยอมรับกับระบบอุตสาหกรรมอ้อนและน้ำตาลทราย
ขณะที่แผนงานที่ 4 เป็นการรักษาเสถียรภาพกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายโดยมีเป้าหมายเพื่อให้กองทุนฯสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินหรือเงินทุนเพื่อแก้ไขปัญหา และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เช่นเสริมสภาพคล่องชาวไร่อ้อย , การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกร และโรงงานเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือการผลิต
และแผนที่ 5 คือการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอ้อยและน้ำตาลทรายเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เช่น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์อ้อย ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาดิน. น้ำและปุ๋ยเพื่อเพิ่มผลิตภาพอ้อย เป็นต้น
"การปฏิรูปโครงสร้างอ้อยและน้ำตาลทรายครั้งนี้ ถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ และจะเป็นการแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องน้ำตาลภายใต้ WTO ระหว่างไทยกับบราซิล ในเรื่องอุดหนุนราคาน้ำตาลในตลาดโลกได้ เพราะการกำหนดราคาน้ำตาลในประเทศ ที่ผ่านมาราคาที่กำหนดสูงกว่าราคาตลาดโลก แต่รัฐบาลจะมีกลไกใหม่ ในการเข้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยต่อไป" นายกอบศักดิ์ กล่าว









