วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้โชว์ไตรมาส3กำไรโต54%

กลุ่มทิสโก้ประกาศกำไรไตรมาส 3 ปี 59 กำไรโต54.4%ลุ้นเศรษฐกิจฟื้นตัวครึ่งหลัง ด้านไอซีบีซีมั่นใจจีนแห่ลงทุนเพิ่มหนุนสินเชื่อปีหน้าสูงกว่าปีนี้

นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้กล่าวว่า กลุ่มทิสโก้ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2559 โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 1,249.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น54.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 2559 มีกำไรอยู่ที่ 3,712.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น

“ผลประกอบการของกลุ่มทิสโก้ ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2559 ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ อีกทั้งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ทั้งนี้ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี 2559 จาก3.0% ขึ้นมาอยู่ที่3.4% โดยในช่วงที่เหลือของปีเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง” นางอรนุช กล่าว

ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ทิสโก้ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจตามแผนงานเดิมที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ด้านธุรกิจจัดการกองทุนและธุรกิจนายหน้าประกันภัย เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัย เพื่อเข้าสู่การให้บริการดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างเต็มตัว

นายจื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการธนาคารไอซีบีซี(ไทย)กล่าวว่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ธนาคารมียอดสินเชื่ออยู่ที่3,700ล้านดอลลาร์หรือ1.3แสนล้านบาท ขณะที่ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศของธนาคารในช่วง7เดือนที่ผ่านมาเติบโต20-30%หรือมีมูลค่ากว่า200ล้านบาท       

ในปี2560ธนาคารคาดว่าการลงทุนจากจีนที่เข้ามาในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะช่วยให้การขยายสินเชื่อของธนาคารสูงกว่าในปีนี้ โดยจะเห็นว่าการขอรับการสนับสนุนจากบีโอไอที่เพิ่มขึ้นจากปีนี้ โดยนักลงทุนจีนให้ความสนใจกับอุตสาหกรรม ยางรถยนต์ พลังงานทดแทน  พลังงานแสงอาทิตย์ แปรรูปสินค้าเกษตร นอกจากนี้นักลงทุนจากจีนยังมีแนวโน้มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมเพิ่มมากขึ้น 

ส่วนผลกระทบจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญนั้นกระทบกับธนาคารไม่มากนักเนื่องจากธนาคารปล่อยสินเชื่อในสัดส่วนที่ไม่มากนัก