วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แบรนด์’ปรับกลยุทธ์สื่อสารเจาะผู้บริโภคจับจ่ายนอกบ้าน

ปัจจุบันผู้บริโภคที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และเขตเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของสินค้าอุปโภคบริโภค

พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสูง จากการเข้าถึงเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อยู่นอกบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ “สินค้าและแบรนด์”ต่างๆ  ต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสาร ช่องทางการจำหน่าย กิจกรรมโปรโมชั่น และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้    

            อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ  บริษัทกันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอัตราการหมุนเวียนสูง  หรือ FMCG  (Fast  Moving Consumer Goods) กล่าวว่าผู้บริโภคโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองทั่วประเทศ มีพฤติกรรมใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการซื้อและบริโภคนอกบ้าน

            ดังนั้นบริษัทจึงการขยายบริการวิจัยด้านพฤติกรรมสู่ไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน หรือ  Out of Home” ผ่านเครื่องมือ“กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล  แอพ” (Panel Smart) ซึ่งเป็นการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เริ่มในกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน ครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองทั่วประเทศ อายุ 15-49 ปี  โดยเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าและรับประทานนอกบ้าน ในกลุ่มเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)และสแน็ค ตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้  รูปแบบการกรอกข้อมูลการซื้อสินค้านอกบ้านผ่านแอพแบบเรียลไทม์ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกจากการจับจ่ายจริงของผู้บริโภค

             จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อเครื่องดื่มและสแน็คนอกบ้าน รวม 344 ล้านครั้ง/เดือน  หรือ  11.8  ล้านครั้ง/วัน  เฉลี่ยซื้อทุก 1.5  วัน  ใช้จ่ายครั้งละ  29 บาท  โดยซื้อสินค้าเฉลี่ย 3.3 ช่องทาง

            นอกจากนี้พบว่า ผู้บริโภคสัดส่วน 70%  ซื้อสินค้านอกบ้าน  ประเภทเครื่องดื่ม ทั้งสปอร์ต ดริ้งค์ ,ชาพร้อมดื่ม, เครื่องดื่มชูกำลัง  ,น้ำผลไม้ ,สแน็ค ,ไอศกรีม, บิสกิต  ,ลูกอมและหมากฝรั่ง  ช็อกโกแล็ค

            ข้อมูลการวิจัยพบว่า "ช่วงเวลา" ในแต่ละวัน มีผลต่อการซื้อเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ด้วยเช่นกัน  โดยช่วงเช้า เวลา 5.00-14.00 น. ซื้อเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม ,นมถั่วเหลือง ,นม ,เครื่องดื่มให้พลังงาน, ชาพร้อมดื่ม จากนั้นเวลา 14.00- 18.00 น.  ซื้อ บิสกิต ,ไอศกรีม ,สแน็ค ,น้ำผลไม้,  ชาพร้อมดื่ม  และหลัง 20.00 น.  ซื้อช็อกโกแล็ต ,สแน็คและ ซุปไก่สกัด 

            “จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าบริโภคกลุ่มเครื่องดื่มและสแน็คนอกบ้าน ในแต่ละช่วงเวลาผู้บริโภคซื้อสินค้าแตกต่างกัน หากแบรนด์และสินค้าต่างๆ  นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์การสื่อสารและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามช่วงเวลาที่มีการซื้อสินค้าประเภทต่างๆ จะเพิ่มโอกาสการขายให้กับสินค้ามากขึ้น”  

            ทั้งนี้ การนำข้อมูลวิจัยพฤติกรรมซื้อสินค้านอกบ้านมาใช้วิเคราะห์ผู้บริโภค จะทำให้แบรนด์มีข้อมูลเชิงลึก และรู้ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อสินค้า และกลุ่มสินค้าใดที่ผู้บริโภคเลือกจับจ่ายและบริโภคนอกบ้าน ซึ่งแตกต่างจากการซื้อสินค้าเข้าบ้าน  ซึ่งสามารถระบุให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ทำการซื้อในแต่ละวัน  ช่องทาง และขนาดสินค้าที่ซื้อ นอกจากนี้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการซื้อสินค้านอกบ้าน  ซึ่งจะทำให้นักการตลาดและแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น และผลักดันยอดขายสินค้าเติบโต   

              “ที่สำคัญการได้ล่วงรู้ถึงแบรนด์ในใจของกลุ่มเป้าหมายและสินค้าแบรนด์รองที่ผู้บริโภคจับจ่ายในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สามารถวางแผนให้แบรนด์ครองใจผู้ซื้อ ส่งผลให้แบรนด์เกิดความแข็งแกร่งมากขึ้น”