ปัจจุบันผู้บริโภคที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และเขตเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของสินค้าอุปโภคบริโภค
พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสูง จากการเข้าถึงเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อยู่นอกบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ “สินค้าและแบรนด์”ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสาร ช่องทางการจำหน่าย กิจกรรมโปรโมชั่น และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้
อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัทกันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอัตราการหมุนเวียนสูง หรือ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) กล่าวว่าผู้บริโภคโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองทั่วประเทศ มีพฤติกรรมใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการซื้อและบริโภคนอกบ้าน
ดังนั้นบริษัทจึงการขยายบริการวิจัยด้านพฤติกรรมสู่ไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน หรือ Out of Home” ผ่านเครื่องมือ“กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล แอพ” (Panel Smart) ซึ่งเป็นการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เริ่มในกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน ครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองทั่วประเทศ อายุ 15-49 ปี โดยเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าและรับประทานนอกบ้าน ในกลุ่มเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)และสแน็ค ตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีนี้ รูปแบบการกรอกข้อมูลการซื้อสินค้านอกบ้านผ่านแอพแบบเรียลไทม์ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกจากการจับจ่ายจริงของผู้บริโภค
จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อเครื่องดื่มและสแน็คนอกบ้าน รวม 344 ล้านครั้ง/เดือน หรือ 11.8 ล้านครั้ง/วัน เฉลี่ยซื้อทุก 1.5 วัน ใช้จ่ายครั้งละ 29 บาท โดยซื้อสินค้าเฉลี่ย 3.3 ช่องทาง
นอกจากนี้พบว่า ผู้บริโภคสัดส่วน 70% ซื้อสินค้านอกบ้าน ประเภทเครื่องดื่ม ทั้งสปอร์ต ดริ้งค์ ,ชาพร้อมดื่ม, เครื่องดื่มชูกำลัง ,น้ำผลไม้ ,สแน็ค ,ไอศกรีม, บิสกิต ,ลูกอมและหมากฝรั่ง ช็อกโกแล็ค
ข้อมูลการวิจัยพบว่า "ช่วงเวลา" ในแต่ละวัน มีผลต่อการซื้อเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ด้วยเช่นกัน โดยช่วงเช้า เวลา 5.00-14.00 น. ซื้อเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม ,นมถั่วเหลือง ,นม ,เครื่องดื่มให้พลังงาน, ชาพร้อมดื่ม จากนั้นเวลา 14.00- 18.00 น. ซื้อ บิสกิต ,ไอศกรีม ,สแน็ค ,น้ำผลไม้, ชาพร้อมดื่ม และหลัง 20.00 น. ซื้อช็อกโกแล็ต ,สแน็คและ ซุปไก่สกัด
“จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าบริโภคกลุ่มเครื่องดื่มและสแน็คนอกบ้าน ในแต่ละช่วงเวลาผู้บริโภคซื้อสินค้าแตกต่างกัน หากแบรนด์และสินค้าต่างๆ นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์การสื่อสารและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามช่วงเวลาที่มีการซื้อสินค้าประเภทต่างๆ จะเพิ่มโอกาสการขายให้กับสินค้ามากขึ้น”
ทั้งนี้ การนำข้อมูลวิจัยพฤติกรรมซื้อสินค้านอกบ้านมาใช้วิเคราะห์ผู้บริโภค จะทำให้แบรนด์มีข้อมูลเชิงลึก และรู้ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อสินค้า และกลุ่มสินค้าใดที่ผู้บริโภคเลือกจับจ่ายและบริโภคนอกบ้าน ซึ่งแตกต่างจากการซื้อสินค้าเข้าบ้าน ซึ่งสามารถระบุให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ทำการซื้อในแต่ละวัน ช่องทาง และขนาดสินค้าที่ซื้อ นอกจากนี้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการซื้อสินค้านอกบ้าน ซึ่งจะทำให้นักการตลาดและแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น และผลักดันยอดขายสินค้าเติบโต
“ที่สำคัญการได้ล่วงรู้ถึงแบรนด์ในใจของกลุ่มเป้าหมายและสินค้าแบรนด์รองที่ผู้บริโภคจับจ่ายในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สามารถวางแผนให้แบรนด์ครองใจผู้ซื้อ ส่งผลให้แบรนด์เกิดความแข็งแกร่งมากขึ้น”








