วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้างรอปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุน หลังจากปรับขึ้นแรงวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง ด้านนักลงทุนต่างชาติวานนี้กลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 488 ล้านบาท และค่าเงินบาทในช่วงนี้มีทิศทางอ่อนค่าลงชัดเจนขึ้น คาดว่าเงินลงทุนนักลงทุนต่างชาติบางส่วนอาจเริ่มทยอยไหลออกจากตลาดหุ้นไทย จากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในเดือน ธ.ค. 2559

แนวรับ/แนวต้าน : 1490/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ

PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ กกร.ฟุ้งปี 60 จีดีพีแตะ 4% ส่งออกเป็นบวก 2% พร้อมปรับเป้าปีนี้ที่ 3.3-3.5% หวังรัฐบาลแก้กฎหมายสำเร็จ จะดีดอันดับความสามารถการแข่งขันไทยเป็นอันดับ 20 กว่า จากปัจจุบันลดลงอยู่ที่อันดับ 34

+ ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก คาดประกาศใช้ต้นปี 2560 หวังยกระดับอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุค 4.0 คาดเกิดการลงทุน 1.5 ล้านล้านบาทใน 10 ปี มั่นใจออกเป็นกฎหมายสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

+ ครม.อนุมัติมาตรการแก้หนี้นอกระบบตั้งเป้าลดหนี้นอกระบบ 20% ต่อปี หนุนตั้ง “พิโก ไฟแนนซ์” ปล่อยกู้ทั่วประเทศไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 36% ต่อปี เร่งกระทรวงยุติธรรมผ่านกฎหมาย ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา คาดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี ด้าน “ออมสิน-ธ.ก.ส.” เตรียม 5 หมื่นล้านปล่อนกู้รองรับหนี้นอกระบบ

+ โรงพยาบาลเอกชน รุกเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างชาติ รับอานิสงส์ไทยจุดหมายท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แจงรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เหตุค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลต่ำกว่าสิงคโปร์ การรักษาได้มาตรฐาน ระบุค่าใช้จ่ายรักษาเฉลี่ย 3 แสนบาทต่อการรักษา 3-5 วัน ททท.เผยตลาดจีน รัสเซีย อาเซียน มาแรง เบียดตะวันออกกลาง

- ราคาข้าวส่งออกของไทยรูดมาอยู่ระดับต่ำสุดรอบ 2 ปี ในยุค คสช. ข้าวขาว 5% เหลือตันละ 360 เหรียญ ขณะที่หอมมะลิต่ำสุดใน 5 ปี หลังตลาดผู้ซื้อชะลอ ทำให้ผู้ขายต้องตัดราคา พาณิชย์ดิ้นถกรายกลุ่มหาทางแก้ไข หวั่นกระทบราคาข้าวเปลือกนาปีที่กำลังทยอยออก พ.ย.นี้

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ตลาดปรับตัวลงเป็นวันที่สองติดต่อกันท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการแข่งขันที่สูสีกันของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในการเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย.ด้วย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 85.40 จุดหรือ 0.47% สู่ 18,168.45, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 10.71 จุดหรือ 0.50% สู่ 2,150.49 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 11.22 จุดหรือ 0.21% สู่ 5,289.66

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร ในขณะที่หุ้นเพียร์สันซึ่งเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษารายใหญ่ที่สุดในโลกทะยานขึ้น หลังจากบริษัทมอร์แกน สแตนเลย์แสดงความเห็นในทางบวกต่อเพียร์สัน ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 90.82 จุด หรือ 1.3 % สู่ 7,074.34 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,983.52-7,121.93

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกขึ้นในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มส่งออกพุ่งขึ้น หลังจากเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์จากข้อมูลที่ระบุว่า ภาคการผลิตของสหรัฐขยายตัวมากกว่าที่คาดไว้ในเดือน ก.ย. ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 136.98 จุดหรือ 0.83% มาที่ 16,735.65 ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดร่วงลงในวันอังคาร หลังจากการแข็งค่าของดอลลาร์บดบังแรงหนุนที่ราคาน้ำมันได้รับจากแผนการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นหลังตลาดปิดทำการ โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานของการปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ร่วงลง 12 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.26-49.26 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันอังคารถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.