วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง จากการรอปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุน และเป็นวันสุดท้ายของการทำ Window dressing สิ้นไตรมาสที่ 3/59 ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติวานนี้กลับมาขายสุทธิ 1,291 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1480/1505 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

หุ้นแนะนำ

PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้

AGE (1.90) : คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วง 3Q59 จากราคาถ่านหินที่ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากช่วงต้นปีที่ระดับ 49-50 เหรียญ/ตัน มาอยู่ที่ประมาณ 74 เหรียญ/ตัน (+48%) และการลดต้นทุนในการดำเนินงาน

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “กลุ่มรพ.กรุงเทพ” ทุ่มกว่าหมื่นล้าน ซื้อโรงแรมปาร์นายเลิศ แปลงโฉมเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย กสิกรไทยชี้สอดรับเทรนด์ใหญ่ “เมดิคัล ทัวร์ริสซึ่ม” เหตุไทยมีจุดแข็งเทียบประเทศคู่แข่ง ด้านโบรกเกอร์คาดภาระดอกเบี้ยกดดันกำไรช่วง 2-3 ปี หลังบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ในไตรมาส 1/60 มูลค่าราว 9 พันล้าน แต่ระยะยาวหนุนธุรกิจสดใส

+ นายกฤษฎา จีนะจารณะ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. 2559 ขยายตัวได้ดี โดยได้รับแรงหนุนส่งจากการส่งออกสินค้าที่กลับมาขยายตัวเป็นบวก 6.5% ขณะที่การบริโภคเอกชนยังขยายตัวส่วนหนึ่งมาจากรายได้เกษตรกรที่ขยายตัวเป็นบวก สะท้อนจากยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวสูงมาก 8.7% เล็งปรับจีดีพีใหม่หลังอัดฉีดงบกระตุ้นลงทุน

+ อสังหาฯ 4 เดือนสุดท้ายแข่งเดือด แย่งลูกค้าคาดเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งคอนโด-แนวราบมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้าน ชี้เฉพาะส.ค.แข่งเปิดโครงการสูงสุด 3 หมื่นล้าน แต่มูลค่าโครงการปีนี้คาดลดลง 10% เหตุครึ่งปีแรกเน้นระบายสต็อก ขณะยอดขายอสังหาฯปีนี้เชื่อโต 0-5% แรงหนุนดอกบเยต่ำ เร่งลูกค้าซื้อ

+ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,206 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-27 ก.ย. 2559 ว่า เทศกาลกินเจปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดรวม 4.39 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2557ที่มีการขยายตัวต่ำกว่า 3% สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวดีขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี โดยถูกถ่วงลงจากแรงขายหุ้นแอปเปิลและหุ้นกลุ่มธนาคาร อาทิ หุ้นเวลส์ ฟาร์โก, หุ้นซิตี้กรุ๊ป และหุ้นธนาคารสำคัญอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสถานะของธนาคารดอยช์ แบงก์ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 195.79 จุดหรือ 1.07% สู่ 18,143.45, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 20.24 จุดหรือ 0.93% สู่ 2,151.13 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 49.39 จุดหรือ 0.93% สู่ 5,269.15

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี และเข้าใกล้จุดสูงสุดรอบ 1 ปีครึ่งในระหว่างวัน ในขณะที่หุ้นกลุ่มน้ำมันทะยานขึ้น หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ตัดสินใจปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 70.04 จุด หรือ 1.02 % สู่ 6,919.42 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,849.38-6,941.09 โดยดัชนีเข้าใกล้จุดสูงสุดของปีนี้ที่ 6,955 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2015

+ ตลาดหุ้นโตเกียวพุ่งขึ้นกว่า 1 % ในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเยนและจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) บรรลุข้อตกลงในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 228.31 จุด หรือ 1.4% สู่ระดับ 16,693.71

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 1.7 % ในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ในทางบวกต่อแผนการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากการตั้งข้อสงสัยว่า การปรับลดการผลิตในครั้งนี้จะสามารถบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกลงได้มากจริงหรือไม่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ย.พุ่งขึ้น 78 เซนต์ หรือ 1.7 % มาปิดตลาดที่ 47.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยจุดสูงสุดของวันพฤหัสบดีถือเป็นจุดสูงสุดรอบ 1 เดือน