วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ :   แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยนักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุน เพื่อรอปัจจัยบวกใหม่ๆมาสนับสนุนตลาด โดยเฉพาะการรอดูผลการโต้วาทีสำหรับผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างโดนัล ทรัม และฮิลลารี่ คลินตัน (โต้วาทีทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 26 ก.ย. , 9 ต.ค. และ 19 ต.ค. 2559) อย่างไรก็ดีวานนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เผยยอดส่งออกเดือน ส.ค. 2559 ของไทย ขยายตัว 8.2%yoy ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.2%yoy ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 66,716 ล้านบาท ทั้งนี้หากคิดมูลค่าการส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐพบว่าขยายตัว 6.5%yoy ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 6 เดือน ส่วนนักลงทุนต่างชาติวานนี้ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยเล็กน้อยที่ 544 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1470/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน

หุ้นแนะนำ

CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ราคาอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ

JWD (10.7) : เก็งกำไรระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง รวมทั้งตัวเลขการส่งออกที่จะประกาศวันนี้ (คาดว่าจะฟื้นตัวเทียบกับเดือน ก.ค.) ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาสสามคาดว่าจะฟื้นตัวเทียบกับไตรมาส 2/59 นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการร่วมทุนงานขนส่งทางอากาศ และซื้อธุรกิจห้องเย็นที่มาเลเซีย มูลค่า 2พันล้านบาท

BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น

TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “มิตซุย ฟูโดซัง” ยักษ์อสังหาฯ ญี่ปุ่น ลงทุนไทยต่อเนื่อง ตั้งสำนักงานสาขา หลังร่วมทุน “อนันดา” พัฒนาคอนโดแนวรถไฟฟ้ามูลค่ารวม 4.7 หมื่นล้าน เล็งต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ โรงแรม โลจิสติกส์ สำนักงาน

+ “การบินไทย” ชี้ตลาดเอเชียยังเป็นฐานสำคัญ เส้นทางญี่ปุ่น พบเคบินแฟกเตอร์สูง 75% สวนกระแสเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง เล็งปล่อยโปรโมชั่นผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งเป้าดันยอดขายออนไลน์ปีนี้พุ่ง 30%

+ ททท.เผยนักท่องเที่ยวจีนเดือน ก.ย. ลดลง 9% แต่ภาพรวม 9 เดือนแรก ยังเพิ่มกว่า 1 ล้านคน เชื่อไม่กระทบเป้าหมายตลอดปี ลุ้นตลาดยุโรปฟื้นตัวดีช่วยดันรายได้ชดเชย พร้อมปูพรมกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศผ่านโครงการส่งเสริมยานพาหนะท้องถิ่น ค้ำยันสัดส่วนจีดีพีท่องเที่ยวที่ 16%

- สินค้าอุตสาหกรรม-ตลาดหลักฟื้น ดันส่งออกเดือน ส.ค. พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกรอบ 5 เดือน ขยายตัวที่ 6.54% รวม 8 เดือน ติดลบ 1.19% ด้าน “สุวิทย์” คาดทั้งปียังไม่พ้นติดลบ ประเมินแย่สุดไม่เกิน 1% ขณะนักวิเคราะห์รับเกินคาดการณ์ ชี้เป็นผลจากราคา ห่วงฟื้นไม่ยั่งยืน เหตุเศรษฐกิจโลกฉุด

- สบน. แจงหนี้ประเทศ ณ สิ้น ก.ค.2559 อยู่ที่ 5.95 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.89% ของจีดีพี เพิ่มขึ้น 3.4 หมื่นล้านบาท คลังเตรียมประเดิมออกพันธบัตรออมทรัพย์อีก 3 หมื่นล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันจันทร์ โดยหุ้นดอยช์ แบงก์ถ่วงหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การโต้วาทีครั้งแรกระหว่างนางฮิลลารี คลินตันและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 166.62 จุดหรือ 0.91% สู่ 18,094.83, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 18.59 จุดหรือ 0.86% สู่ 2,146.10 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 48.26 จุดหรือ 0.91% สู่ 5,257.49

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดดิ่งลงในวันจันทร์ โดยดิ่งลงในอัตราที่รุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน ในขณะที่หุ้นลอยด์สถ่วงหุ้นกลุ่มธนาคารให้รูดลง หลังจากโกลด์แมน แซคส์ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นลอยด์ส ทางด้านหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดิ่งลงตามราคาโลหะ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดดิ่งลง 91.39 จุด หรือ 1.32 % สู่ 6,818.04 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,806.47-6,909.63 โดยการดิ่งลงในวันจันทร์ถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย.

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันจันทร์ โดยเยนที่แข็งค่ากระทบความเชื่อมั่นโดยรวม และหุ้นกลุ่มซัพพลายเออร์ของบริษัทแอปเปิลร่วงลงมากกว่าตลาดโดยรวมเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับยอดขายไอโฟนที่ชะลอตัวในต่างประเทศ ขณะที่นักลงทุนบางรายหันไปสนใจการโต้วาทีของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 209.46 จุด หรือ 1.25% ที่ 16,544.56

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 3.3 % ในวันจันทร์ ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่มาประชุมกันที่แอลจีเรียเพื่อหารือถึงหนทางในการหนุนราคาน้ำมัน ทางด้านค่าความผันผวนของราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเคยจัดประชุมแบบเดียวกันนี้ที่กรุงโดฮา แต่ประสบความล้มเหลวในการตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 1.45 ดอลลาร์ หรือ 3.3 % มาปิดตลาดที่ 45.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.43-46.20 ดอลลาร์