บลจ.กรุงศรีชี้แม้เฟดคงดอกเบี้ยแต่ความไม่แน่นอนยังทำให้ตลาดหุ้นผันผวน เชื่อเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว-ผลประกอบการบจ.โตดี 11% หนุนดัชนีแตะ 1,550 จุด
พร้อมออก 2 กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ เน้นกองหลักในกองทุนพิมโก้ ระบุผลตอบแทนในอดีตเฉลี่ย 4% ด้านพิมโก้ประเมินเศรษฐกิจโลกยังมีเสถียรภาพแต่ยังไม่ปลอดภัยเผยลดไฮยิลด์บอนด์เหลือ 15%
นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ แต่ก็ยังส่งสัญณาณว่าอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมนัดถัดไปราวเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวย่อมเกิดความผันผวนระยะสั้นในตลาดหุ้นไทยแน่นอน แต่บริษัทยังเชื่อว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ น่าจะสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปีนี้โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริัษัทจดทะเบียนปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 11% ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์หุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสแตะ 1,550 จุดได้
ทั้งนี้บริษัทยังให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยกว่า33% จากสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนทั้งหมด 63% โดยอีก 30% ที่เหลือลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยนักลงทุนควรหาจังหวะทะยอยเข้าลงทุน โดยกลุ่มหลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในช่วงนี้ คือ หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยว กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มการใช้จ่ายที่เกี่ยวกับภาครัฐบาล เป็นหลัก ส่วนแนวโน้มของเม็ดเงินกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) นั้นอาจได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การถือครองจาก 5 ปีเป็น 7 ปี ขณะเดียวกันสัญญาณการปรับดอกเบี้ยของเฟดรวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆที่จะทยอยประกาศออกมาก่อนเดือนธ.ค. จะมีผลต่อเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นเป็นระยะ
นางสาวศิริพรยังกล่าวว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำและเป็นเวลายาวนานต่อเนื่อง สร้างความท้าทายให้กับการลงทุนในตราสารหนี้ให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ บริษัทจึงออกกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัม(KF-SINCOME) และกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลคอลเล็คทีฟสมาร์ทอินคัม (KF-CSINCOM)”ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ซึ่งมีความโดดเด่นในหลายด้าน และเป็นกองทุนที่ได้ Morningstar rating 5 ดาว ในกลุ่ม Multi sector bond โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของNAV ความเสี่ยงสูงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท
ด้านนายทอดด์ อลัน รองประธานอาวุโส พิมโก้เอเชีย(PIMCO Asia) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกดูเหมือนจะมีเสถียรภาพ แต่ไม่ปลอดภัย กล่าวคือเศรษฐกิจโลกไม่ได้หดตัวลงแต่การดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกที่อัดเม็ดเงินออกมาจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ได้สามารถทำให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้ และนานวันกลับมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง ดังนั้นทาง กองทุน PIMCO GIS Income ที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก จะเน้นการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอขณะนี้การเลือกลงทุนจะเน้นการสร้างผลตอบแทนจากแคปปิตอลเกนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแล้ว
ทั้งนี้ทางกองทุนได้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (ไฮยิลด์บอนด์) เหลือ 15% จาก 20% และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับน่าลงทุน จาก 5% เป็น 10% โดยในช่วงที่ผ่านมา กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ย 4% ต่อปี และเน้นการสร้างผลตอบแทนระยะยาวโดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยงต่ำ





