กระทรวงท่องเที่ยว ผนึกเอกชน คลอดราคาแพ็คเกจทัวร์จีนขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน สภาอุตฯท่องเที่ยว ออกโรงหนุน หวังกู้รายได้คืนกลับเข้าประเทศ
การกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญ “ช็อก” ตลาดทัวร์จีน นักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย จากยอดนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมาก มีประเมินว่าไทยจะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 4,000 ล้านบาท ทำให้รัฐต้องเร่งสางปัญหา ด้วยการตั้งราคากลางขั้นต่ำ เป็นเกณฑ์กำหนดราคาทัวร์จีน ลดความปั่นป่วนตลาด
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการหารือเร่งด่วนกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน มีข้อตกลงเบื้องต้นกำหนดราคาขั้นต่ำของโปรแกรมนำเที่ยวทัวร์จีน และเตรียมประกาศใช้เป็นเกณฑ์อย่างไม่เป็นทางการระหว่างที่รอร่างกฎหมายกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้ เพื่อบรรเทาความกังวลของผู้ประกอบการที่ต้องการทำตลาดให้ถูกต้องในช่วงนี้
บทสรุปคือ กำหนดราคากลางนักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อคนต่อวัน ไม่นับรวมการเดินทางเข้ามาด้วยสายการบิน เนื่องจากจะมีราคาจากแต่ละเมืองและประเภทของสายการบินที่เลือกใช้ต่างกันออกไป
แจ้งราคากลางขั้นต่ำ“ซีเอ็นทีเอ”
หลังการกำหนดราคาเบื้องต้นแล้วได้นำแนวคิดดังกล่าวเสนอต่อสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซีเอ็นทีเอ) ในช่วงที่ประชุมหารือร่วมกับนายหวัง เสี่ยวเฟิง รองประธานซีเอ็นทีเอ วานนี้ (21 ก.ย.) ให้รับทราบถึงแนวทางการจัดระเบียบทัวร์จากฝั่งไทยไปแล้ว ก่อนจะลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กับซีเอ็นทีเอในวันเดียวกัน
ทั้งนี้ เพื่อการกำกับดูแลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งต่อไปจะทำให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันควบคุมการดูแลคุณภาพทัวร์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวร่วมกัน
หาทางช่วยสภาพคล่องบ.ทัวร์
นางกอบกาญจน์ ยอมรับว่า มาตรการจัดระเบียบในครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อธุรกิจนำเที่ยวอยู่บ้าง แต่กระทรวงจะพยายามให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยปลัดกระทรวงได้รับเป็นตัวกลางหารือมาตรการส่งเสริมสภาพคล่อง หากมีร้องเรียนถึงผลกระทบต่อรายได้ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เช่น ประสานกับธนาคารพาณิชย์ช่วยเหลือทางการเงินที่จำเป็นในช่วงที่ธุรกิจทัวร์ต้องปรับตัว
ขณะที่ความกังวลของบริษัททัวร์ที่เกรงว่ารายได้จะลดน้อยลง จากการได้คอมมิชชั่นต่ำลงเมื่อต้องไปใช้เครือข่ายร้านค้าอื่นๆ นอกเหนือจากเครือข่ายที่ถูกตั้งข้อหาอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าหากบริษัททัวร์มีรายได้จากการไปตั้งราคาแพ็คเกจตั้งต้นตามที่กำหนดขั้นต่ำ 1,000 บาทแล้ว ก็น่าจะเป็นส่วนช่วยชดเชยคอมมิชชั่นที่หายไปได้
ระยะต่อไป เมื่อกลไกตลาดเดินไปตามวิธีดำเนินธุรกิจปกติ ร้านค้าต่างๆ ที่ไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ก็จะมีโอกาสเปิดกว้างเข้ามาเสนอตัวร่วมทำธุรกิจกับบริษัททัวร์มากขึ้น ไม่ต้องผูกขาดเหมือนเดิม
พลิกโครงสร้างขายทัวร์
นอกจากนั้น มั่นใจว่าด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างการขายทัวร์ทั้งหมดในช่วงนี้ ประกอบกับ การแก้ไขกฎหมายที่ป้องกันทัวร์ศูนย์เหรียญที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ แม้ว่าในอนาคตจะเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่หากควบคุมและบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ก็จะป้องกันไม่ให้วงจรธุรกิจเหล่านี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยยังไม่จำเป็นที่จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (วีซ่า) ให้ตลาดจีน เนื่องจากค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นรายได้ที่เข้าสู่ประเทศโดยตรง ที่สำคัญรายได้จากการท่องเที่ยวยังเป็นอีกรายได้หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
คำนวณค่าบริการ5เรื่องหลัก
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายทัวร์ขั้นต่ำเป็นการตกผลึกโดยคำนวณมาจากต้นทุนขั้นต่ำของบริการหลัก 5 เรื่องหลักในแพ็คเกจทัวร์ ได้แก่ ห้องพัก 250 บาท ยานพาหนะ 200 บาท, มัคคุเทศก์100บาท, ประกัน25บาท และอาหาร160บาท ซึ่งหากรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วจะเท่ากับ 1,000 บาทพอดี
โดยต่อไปภาคเอกชนสามารถยึดมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ก่อนได้ ระหว่างที่รอกฎหมายลูกเรื่องกฎหมายขั้นต่ำประกาศใช้ การตั้งค่าใช้จ่ายขั้นต่ำดังกล่าว สทท. เชื่อว่า หากบังคับใช้ได้เป็นผลจะกอบกู้โอกาสการทำรายได้ที่เคยสูญเสียไปกับการตั้งราคาทัวร์แบบศูนย์เหรียญถึงราว 3 หมื่นล้านบาท
ปรับฐานสู่ตลาดคุณภาพ
สทท.ยืนยันว่าให้การสนับสนุนมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในธุรกิจท่องเที่ยว หากเป็นการปรับตลาดสู่คุณภาพได้ และทำให้เกิดบริการท่องเที่ยวที่ดี ไม่ปล่อยให้เกิดการทิ้งลูกทัวร์เมื่อไม่ใช้จ่ายตามออพชั่นทัวร์ที่กำหนด
แต่มาตรการดังกล่าวจะสำเร็จในระยะยาวต้องมี 2 องค์ประกอบที่ร่วมกัน คือ ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ผู้ประกอบการต้องมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ ไม่เห็นแก่ได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากแก้ไขได้จะทำให้ไม่มีปัญหาปลาใหญ่กินปลาเล็กถูกรายใหญ่ครองตลาดเพียงอย่างเดียว
ดัชนีท่องเที่ยวไตรมาส3กระเตื้อง
นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 3/2559 เท่ากับ 98 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงปกติโดยปรับดีขึ้นจากไตรมาส 2 เล็กน้อย ปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 22.4 ล้านคน ขยายตัว 11.83%จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงสุดในรอบ 5 ปี
สทท.คาดว่า ในไตรมาสที่ 3 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.19 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.04%จากไตรมาสที่ 3 ส่วนในไตรมาสที่ 4 หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.15 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17.76%จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา







