วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินโดฯบริโภคอาหารโตพุ่ง หนุนไทยรุกตลาดฮาลาลขึ้นท็อปไฟว์โลก

ยูบีเอ็มฯ รุดจัดงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี นวัตกรรมส่วนผสมอาหาร ที่อินโดนีเซีย หนุนไทยรุกตลาดฮาลาล ติด 1 ใน 5 ผู้ส่งออกโลกปี 63

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ  เปิดเผยว่า แนวโน้มอาหารฮาลาลยังเติบโตต่อเนื่องตามขนาดของประชากรมุสลิมโลก ที่คาดว่าภายใน 10-20 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว จากปัจจุบันประชากรมุสลิมมีประมาณ 1,500-1,700 ล้านคนทั่วโลก และอยู่ในภูมิภาคอาเซียน 40%

โดยอินโดนีเซียมีประชากรมากสุด 253 ล้านคน จึงเป็นตลาดฮาลาลอันดับ 1 ของอาเซียน และมีถือว่าเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพสูง โดยมีมูลค่าตลาดคิดเป็น 16% ของตลาดอาหารฮาลาลโลก 

ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีความต้องการอาหารเพื่่อการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น 8.2% ต่อปี ปัจจุบันการผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมูลค่าสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณปีละ 3.1 แสนล้านบาท

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดอาหารของอินโดนีเซียมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปี 2560 การเติบโตของยอดขายสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% เป็นปัจจัยเอื้อให้ความต้องการอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น นมผง ช็อคโกแลต ไอศกรีม เนยถั่ว คุกกี้ ซอสปรุงรสและอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารออร์แกนิค เป็นต้น

"ตลาดอาหารอินโดนีเซียน่าสนใจมาก ตลาดต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี สอดคล้องกับตลาดอาหารฮาลาลโลกที่มีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชากรของอินโดนีเซียก็เติบโตมากขึ้นตามทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะใน 3 เมืองหลักทางเศรษฐกิจอย่างจาการ์ตา สุราบายา แลเมดาน" 

ปัจจุบันไทยส่งออกอาหารฮาลาลมูลค่า 2 แสนล้านบาท โดยส่งออกไปยังตลาดอินโดนีเซียประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ามูลค่ายังน้อย เมื่อเทียบกับมูลค่าการนำเข้าอาหารของอินโดนีเซีย ปัจจัยสำคัญเพราะอินโดนีเซียเน้นนำเข้าอาหารจากประเทศมุสลิมเป็นหลัก รวมทั้งประเทศที่มีเทคโนโลยีการผลิตอาหารฮาลาลที่ได้มาตรฐาน เช่น สหรัฐ แคนาดา ยุโรปืและออสเตรเลีย เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยมีผู้ประกอบการไทยที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาลกว่า 5,000 บริษัท มีผลิตภัณฑ์ที่ขอรับรองฮาลาลมากกว่า 1 แสนรายการ โดยสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแปรรูปขั้นต้น ผักและผลไม้

อย่างไรก็ตาม ภายใน 3 ปีข้างหน้า คาดว่าการส่งออกจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกภายในปี 2563 

"ไทยยังส่งออกอาหารฮาลาลมายังตลาดอินโดนีเซียน้อย เมื่อเทียบกับประเทศมุสลิมและประเทศที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่มีมาตรฐาน ส่งผลให้ไทยค่อนข้างเสียเปรียบในด้านการแข่งขัน ซึ่งนอกจากด้านมาตรฐานฮาลาลที่ยังเป็นจุดอ่อนของไทย ผู้ประกอบการไทยยังขาดความสม่ำเสมอในการส่งออกทำให้สินค้าอยู่ในตลาดได้ไม่นานพอ และมักจะส่งสินค้าเป็นล็อตเล็กๆ จึงทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ขณะที่จุดแข็งของอาหารฮาลาลไทยจะเป็นเรื่องของคุณภาพ รสชาติ และความสะอาด และเป็นที่ชื่นชอบของชาวอินโดนีเซีย"

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาในการรุกธุรกิจอาหารในอินโดนีเซีย หากประเทศสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและมีมาตรฐานมากขึ้น จะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญและน่ากลัวของไทยในการส่งออกอาหารสู่ตลาดโลก เพราะอินโดนีเซียสามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมด้วยกันอย่างกลุ่มประเทศตะวันออกกลางได้ แต่หากผู้ประกอบการไทยจะเข้ามาลงทุนผลิตในอินโดนีเซียก็ต้องศึกษากฎระเบียบให้ดี เพราะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย" 

ทั้งนี้ แนวโน้มและโอกาสตลาดอาหารฮาลาลที่มีมาก ล่าสุด บริษัท ยูบีเอ็ม (ประเทศไทย)ได้จัดงานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแห่งเอเชีย (Food Ingredients Asia 2016 ขึ้นมา ซึ่งเป็นครั้งที่ 21 ที่อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 21-23 ก.ย.นี้ เพื่ออัพเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร โดยงานดังกล่าวมีผู้ประกอบการกว่า 716 รายเข้าร่วมงาน จาก 47 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานในปีนี้ประมาณ 1.6-1.7 หมื่นคน และคาดว่างานปีนี้จะเอื้อต่อการจัดงานฟู้ดส์ อินเกรเดียนซ์ เอเชียปีหน้าซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยให้มีผู้ร่วมงานมากขึ้น 30%