ลดพอร์ตลง เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้างหลังปรับลงแรงวานนี้ โดยยังคงรอผลการประชุมของ FED ในคืนนี้ ซึ่งตลาดคงมุมมองเดิมว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในคืนนี้ แต่มีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นในการประชุมเดือน ธ.ค. 2559 ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ปรับตัวไร้ทิศทางและทิศทางของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติไม่ชัดเจน โดยวานนี้กลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยที่ 1,776 ล้านบาท
แนวรับ/แนวต้าน : 1460/1495 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลง เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การถึงจุดคุ้มทุนของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง
IVL (40) : แนวโน้มในครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด เรามองว่ารับข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจากปัจจัยในประเทศมาก นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อคืน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ 3 รองนายกฯถกแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญหลัง "ประยุทธ์" สั่งข้ามทวีปแก้ปัญหาให้เด็ดขาด ไม่ต้องกลัวอิทธิพล ที่ประชุมฯได้ข้อสรุปเตรียมหารือจีนกำหนดราคามาตรฐานทัวร์ที่เหมาะสมถูกต้อง "กอบกาญจน์" เตรียมโรดโชว์จีนกลางเดือน ต.ค.นี้ หวังสร้าง ความเชื่อมั่น ททท.ประเมินนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ยังอยู่ที่ 9.6-10 ล้านคน
+ "เดอะมอลล์" ผนึก "พราว เรียล เอสเตท" ปั้นไทย "ท็อป ทัวริสต์ เดสทิเนชั่น" แห่งเอเชีย เตรียมอวดโฉม "บลูพอร์ต หัวหิน" นวัตกรรมรีสอร์ทมอลล์แห่งแรก 1 ต.ค. นี้ หวังยกระดับหัวหินสู่เมืองตากอากาศระดับโลก พร้อมลุย "บลูเพิร์ล ภูเก็ต" มูลค่า 2 หมื่นล้าน ต่อจิ๊กซอว์ ริเวียร่าแห่งตะวันออก แนะรัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนส่งเชื่อมเดินทาง "บก-น้ำ-อากาศ" รับโอกาส-กำลังซื้อทั่วโลก
+ กสอ.จับมือ คลัสเตอร์เครื่องสำอาง ดึงกูรูฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นสร้างภาพลักษณ์ยกระดับ อุตฯ เครื่องสำอาง หวังดันขึ้นแท่นอันดับ 1 ของเอเชีย พร้อมแจงปัญหาหลักเอกชนไทยเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต ด้านกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมชง ครม.เคาะยุทธศาสตร์อุตฯ 20 ปี
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐ หลังจากสำนักงานส่งเสริมการค้าของไทย ณ นครชิคาโก สหรัฐ คาดว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐในช่วง 4 เดือนหลังของปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐลงเหลือโต 1% จากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2% และเศรษฐกิจสหรัฐจะยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปในปี 2560 เตือนผู้ส่งออกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผลิตสินค้าคุณภาพส่งไปสหรัฐ หลังถูกตีกลับเพียบ
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ได้ช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันพุธนี้ โดยคาดว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ย และบีโอเจอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐบ่งชี้ว่า การเริ่มสร้างบ้านในสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 9.79 จุดหรือ 0.05% สู่ 18,129.96, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.64 จุดหรือ 0.03% สู่ 2,139.76 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 6.32 จุดหรือ 0.12% สู่ 5,241.35
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งรวมถึงหุ้นเบอร์เบอร์รีที่ทำธุรกิจสินค้าแฟชั่นหรูหรา และหุ้นเทสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 17.24 จุด หรือ 0.25 % สู่ 6,830.79
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดปรับตัวลดลงในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนรอมติการประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันนี้ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า บีโอเจจะทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 27.14 จุดหรือ 0.16% ที่ 16,492.15
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุป-สงค์ในน้ำมันดิบสหรัฐจะเพิ่มขึ้น หลังจากบริษัทโคโลเนียล ไพพ์ไลน์เปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันเบนซินสำคัญอีกครั้ง ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ปรับขึ้น 14 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 43.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสัญญาเดือน ต.ค.ครบกำหนดส่งมอบในช่วงปิดตลาดวันอังคาร









