ธปท.เล็งปรับเกณฑ์ KYC ปีหน้าให้ลูกค้าเปิดบัญชีสะดวก หลังฟินเทคขอทดลองหากเวิร์กจะหารือปปง.ก่อนปรับเกณฑ์
นางวิเรขา สันตะพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 ธปท.คาดว่าจะเริ่มเห็นการเปิดบัญชีโดยไม่ต้องไปแสดงตัวตนที่สาขาเหมือนปัจจุบันที่ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกระบวนการรับรู้ข้อมูลของลูกค้า (KYC) หากเทคโนโลยีสามารถทดแทนกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตนได้ ขณะนี้เริ่มมีคุยกับฟินเทคบางรายที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเปิดบัญชีออนไลน์ หากทำได้ธปท.พร้อมปรับเกณฑ์ KYC และหารือกับปปง.ด้วย ซึ่งความสะดวกลูกค้าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่ไปกับปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภค
โดยในขณะนี้ธปท.มีแนวทางจัดตั้งศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) เพื่อให้ผู้ประกอบการฟินเทคเข้ามาใช้พื้นที่ทดสอบนวัตกรรม รวมถึงเป็นช่องทางในการเรียนรู้ของธปท.เพื่อปรับนโยบายการกำกับดูแลให้มีความเหมาะสมต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนใจผ่านเว็บไซต์ ก่อนจะพิจารณาออกประกาศธปท. และเปิดให้ฟินเทคเข้าทดสอบนวัตกรรมภายในไตรมาสแรกของปีหน้า ทั้งฟินเทคด้านโอนเงินหรือให้กู้ยืมที่อยู่ใต้การกำกับของธปท. ส่วนการให้กู้แบบบุคคลต่อบุคคล (P2P Lending) นั้นจะต้องมาขอใบอนุญาตจากธปท.เท่านั้นโดยในขณะนี้มีเข้ามาหารือกับธปท.แล้ว 20 ราย
ปัจจุบันมีฟินเทคที่เข้ามาหารือและแสดงความสนใจที่จะเข้ามาทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่ทดลองที่ธปท.เตรียมไว้ เช่นการเปิดบัญชีโดยใช้เสียง ใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือการใช้ตู้เปิดบัญชี
“ขณะนี้เทคโนโลยีอาจจะยังไม่ชัดเจน เช่น การใช้เซลฟีเพื่อเปิดบัญชีอาจจะยังมีปัญหาเรื่องความชัดเจนของใบหน้าอาจจะยังไม่ได้ หรือฝาแฝดหน้าเหมือนกัน แต่อนาคตเทคโนโลยีอาจจะแก้ปัญหานี้ได้ หรือที่เริ่มเห็นคือใช้ตู้เปิดบัญชี ส่วนในต่างประเทศเช่นที่ญี่ปุ่นใช้หุ่นยนต์เปิดบัญชี หรือที่อเมริกา ให้ลูกค้าใช้มือถือกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่ระบุได้เอง”









