วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีไฟแนนซ์บ้าน...ง่ายแค่ปลายนิ้ว

ภาระหนี้ในใบโลกนี้ไม่ใช่จะสร้างความทุกข์ให้เราเสมอไป หนึ่งในหนี้ที่สร้างความภูมิใจให้ลูกหนี้หนีไม่พ้นหนี้เพื่อซื้อบ้านอันเป็นที่รัก

       เป็นที่รวมของสมาชิกครอบครัวได้มาอยู่ร่วมกัน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าหนี้ที่น่าภาคภูมิใจนี้ เราสามารถทำให้กลายเป็นภาระเบาๆขึ้นได้ เพียงแค่รีไฟแนนซ์สินเชื่อไปหาโปรโมชั่นที่มีดอกเบี้ยต่ำลง

       เพราะทุกๆ 3 ปี ดอกเบี้ยในการผ่อนบ้านจะเพิ่มขึ้น หากอยู่เฉย ๆ ภาระก็ต้องเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันโลกของการรีไฟแนนซ์ในประเทศไทยยังดูจะเป็นเรื่องห่างไกลผู้บริโภค โดยสินเชื่อบ้านทั้งระบบที่มีกว่า 3 ล้านล้านบาท มีสินเชื่อที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ 2.1 ล้านล้านบาท แต่เอาเข้าจริงปี ๆ นึงคนไทยรีไฟแนนซ์กันเพียง 6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

          จริงอยู่ว่าการค้นหาโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านที่ช่วยให้ภาระหนี้ลดลงจากธนาคารพาณิชย์สิบกว่าแห่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่วันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่บวกกับมันสมองของสตาร์ทอัพด้านฟินเทคที่ก่อเกิดจากคนรุ่นใหม่อย่าง บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอท คอม เจ้าของเว็บไซต์ www.refinn.com  ​ ที่เข้ามาช่วยคิดคำนวณ เปรียบเทียบโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านที่ราคาดีที่สุด โดยรวบรวมโปรโมชั่นจากธนาคารพาณิชย์ 15 แห่งทั่วประเทศที่มีกว่า 84 โปรโมชั่น มาช่วย รีไฟแนนซ์บ้านผ่านช่องทางออนไลน์  ลูกค้าเพียงแค่กรอกข้อมูล เตรียมเอกสารส่วนตัว เท่านั้นเพราะรีฟินน์จะส่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปรับเอกสารเพื่อนำส่งให้กับธนาคารพิจารณาสินเชื่อเสร็จสรรพ์ แถมบริการแจ้งเตือนรีไฟแนนซ์ใหม่เมื่อครบ 3 ปี พร้อมทั้งทีมงานช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในการรีไฟแนนซ์ ต่าง ๆ

 อะไรก็ไม่สำคัญเท่า ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ฟรี!!!

ถึงตอนนี้แล้วคำว่า “รีไฟแนนซ์” อาจจะไม่ได้ไกลตัวมากนักแล้ว เมื่อโลกการเงินที่ดูจะยุ่งเยิงวุ่นวาย ได้รับการรวบรวมเข้ามาย่อยให้พร้อมบริโภคชนิด“ป้อนเข้าปาก”ก็ว่าได้

ความน่าเชื่อถือของสตาร์ทอัพอย่างรีฟินน์ การันตีได้ด้วยชื่อของ กรณ์ จาติกวณิช ที่เข้ามานั่งเป็นประธาน บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอท คอม ที่เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 6% กล่าวว่า รีฟินน์เป็นพันธมิตรกับธนาคาร และเป็นหนึ่งในช่องทางการตลาดให้กับธนาคารนำเสนอโปรโมชั่นถึงมือลูกค้าในวงกว้าง ซึ่งการที่ลูกค้ารีไฟแนนซ์กันมากขึ้น ในที่สุดแบงก์ก็จะต้องปรับตัวเพ่ื่อความอยู่รอด ซึ่งแบงก์มีความเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เห็นได้จากความตื่นตัวในธุรกิจฟินเทคมากขึ้น แม้ว่าแบงก์จะแข่งขันเพื่อรักษาลูกค้าไม่ให้ย้ายไปแบงก์อื่น หรือนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งหมดนี้ผลประโยชน์สูงสุดก็จะตกกับผู้บริโภคอยู่ดี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราอยากให้เกิดขึ้น

“ที่ผ่านมาแบงก์และลูกค้าต่างก็อยู่ในที่มืด คิดแค่ว่าของตัวเองดีที่สุดแล้ว แต่หลังจากนี้ก็จะเห็นในวงกว้างว่าของใครดีกว่าใคร แบงก์ก็จะรู้และปรับโปรโมชั่นตัวเองให้แข่งขันได้ ลูกค้าเองเท่าที่เห็นก็ไม่ได้เลือกโปรโมชั่นที่ถูกที่สุดเพราะให้น้ำหนักกับเรื่องความสัมพันธ์กับแบงก์ แบรนด์ หรือสาขา ดังนั้นแบงก์ยังแข่งได้ด้วยเรื่องเหล่านี้”

ในแง่การลงทุนนั้น รีฟินน์ถือเป็นฟินเทครายแรกของไทยและของโลกที่ทำเรื่องการเปรียบเทียบโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านนี้ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แต่กลับมีมูลค่า(Valuation)แล้วกว่า 500 ล้านบาท โดยมี Angel Fundเข้าลงทุนแล้ว 6 ราย และเตรียมขยายไปต่างประเทศ โดยได้คุยกับนักลงทุนในอังกฤษและออสเตรเลียแล้ว

ด้านนิลทิตา เลิศเรืองศุภกุล ซีอีโอของ รีฟินน์กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของรีฟินน์จะเน้นกลุ่มคนที่ผ่อนบ้านมาเกินกว่า 3ปีและมียอดหนี้คงเหลือมากกว่า 500,000 บาท ซึ่งหลังจากทดลองให้บริการมาหนึ่งปี ขณะนี้มียอดรีไฟแนนซ์ที่สำเร็จแล้ว 1,078 ล้านบาท ล้านบาท ช่วยลูกค้าประหยัดได้ต่อรายประมาณ 1 ล้านบาท และในปี 2560 ตั้งเป้ายอดรีไฟแนนซ์ราว 10,000 ล้านบาท จากลูกค้า 3,000-5,000 ราย ถือว่าไม่มากนัก และในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาทจากลูกค้า 3-5 หมื่นราย

แม้รีฟินน์จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า แต่ก็มีรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ส่งลูกค้าให้แบงก์ ซึ่งในระยะสั้นอาจจะไม่คุ้มต้นทุนนัก แต่เชื่อว่าใน 2-3 ปีข้างหน้าจะสร้างกำไรที่งดงามได้ และสามารถในที่สุดก็จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย และจะสร้างให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 3 พันล้านบาท ใน 2 ปีข้างหน้าโดยมีฐานธุรกิจในประเทศไทยที่แข็งแรงก่อนจะขยายไปในต่างประเทศ

โลกออนไลน์ทำให้สังคมแคบลงฉันใด ความแตกต่างด้านความรู้ทางการเงินกำลังจะแคบลงเช่นกัน หากเคยช็อปสินค้าออนไลน์ ลองคลิกเลือกดีลสินเชื่อบ้านออนไลน์ก็คงน่าสนุกไม่เบานอกจากจะได้ต้นทุนที่ถูกลงแล้วยังได้สนับสนุนฟินเทค Made in Thailand อีกด้วย