เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : รีบาวน์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับตัวขึ้นหลังปรับตัวลงแรงวานนี้ โดยเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย จากการลดความเป็นไปได้ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกลางสัปดาห์หน้าลง หลังเจ้าหน้าที่ FED นาง Lael Brainard ได้ให้ความเห็นเมื่อวันจันทร์ว่า FED ควรระมัดระวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดกับดักภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำและอัตราเงินเฟ้อต่ำ ทั้งนี้สมาชิก FED ต่างๆเริ่มงดให้ความเห็นตั้งแต่วันนี้จนถึงการประชุม FED วันที่ 20-21 ก.ย. 2559 ทำให้คาดว่าทิศทางตลาดต่อจากนี้จะมีเสถียรภาพมากขึ้น อนึ่งนักลงทุนต่างชาติได้เพิ่มการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยวานนี้เป็น 3,424 ล้านบาท
แนวรับ/แนวต้าน : 1405/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : เริ่มเก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ
หุ้นแนะนำ
TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
KCE (110) : คาดผลประกอบการ 3Q59 จะออกมามากที่สุดของปีจากช่วง high season เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง
IVL (40) : แนวโน้มในครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุด เรามองว่ารับข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว ในขณะที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ได้รับผลลบจากปัจจัยในประเทศมาก นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อคืน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ กระทรวงท่องเที่ยว แจงผลกระทบระยะสั้นปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ จับมือ “ซีเอ็นทีเอ” ยันรัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนไทยเดินหน้ากวาดล้างทัวร์ไม่มีคุณภาพ ททท.เร่งวางมาตรการตลาดรับมือ ประกาศราคากลางบริการท่องเที่ยว ผ่าน 5 สำนักงานในจีน เตือนทัวร์จีนรู้มาตรการการใช้จ่าย
+ สรรพากรเสนอ ครม.ยืดแวต 7% อีก 1 ปี ไม่อยากเพิ่มภาระประชาชน รับปีงบประมาณ 59 จัดเก็บต่ำเป้า 1.4 แสนบาท หลังภาษีน้ำมันลด มั่นใจปี 60 เศรษฐกิจฟื้นจัดเก็บฉลุย 1.82 ล้านล้านบาท
+ อุตสาหกรรมการบินโต “10แอร์ไลน์” ขอเปิดตัวใหม่ในไทยปีหน้า ด้าน กพท.ติดเครื่องกระบวนการตรวจสอบออกใบอนุญาตใหม่ คาดแล้วเสร็จเดือน ก.พ.ปีหน้านี้ ก่อนยื่นขอปลดธงแดง ขณะเอกชนมั่นใจมากขึ้น
+ 4 องค์กรหลักร่วมปิดช่องมิจฉาชีพล้วงข้อมูลการเงินทางมือถือ วาง 4 แนวทางสร้างความมั่นใจผู้ใช้ดิจิทัลแบงกิ้งและพร้อมเพย์ สมาคมแบงก์แชร์ข้อมูลผู้ใช้พร้อมเพย์ทั้ง 15 ล้าน เลขหมายให้ กสทช.สั่งผู้ประกอบการมือถือดูแลเป็นพิเศษ ระบุขอออกซิมใหม่ หรือโอนย้ายหมายเลขต้องแสดงตัวตนทุกครั้ง ส่วนแผนใช้ระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง คาดใช้เดือน ธ.ค.นี้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 เดือนในวันจันทร์ หลังนางลาเอล ไบรนาร์ด ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เรียกร้องให้มีความระมัดระวังในการยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วเกินไป ขณะที่นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนต้าและนายนีล แคชคารี ประธานเฟดสาขามินนีอาโปลิสระบุว่า เฟดไม่มีความเร่งด่วนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 239.62 จุดหรือ 1.32% สู่ 18,325.07, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 31.23 จุดหรือ 1.47% สู่ 2,159.04 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 85.98 จุดหรือ 1.68% สู่ 5,211.89
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดดิ่งลงในวันจันทร์ และลงมาปิดตลาดที่ระดับปิดต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นบริษัทเอบี ฟูดส์ ในขณะที่มีแรงเทขายหุ้นและพันธบัตรออกมาทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายของธนาคารกลาง ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดดิ่งลง 76.05 จุด หรือ 1.12 % สู่ 6,700.90
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดดิ่งลงมากที่สุดในวันเดียวในรอบกว่า 1 เดือนในวันจันทร์ หลังจากความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ซึ่งกดดันราคาหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดดิ่งลง 292.84 จุดหรือ 1.73% ที่ 16,672.92 ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. และเป็นการร่วงลงมากที่สุดในวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นเกือบ 1 % ในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ และปัจจัยบวกเหล่านี้ช่วยหนุนราคาน้ำมันให้ฟื้นตัวขึ้นหลังจากดิ่งลงในช่วงเช้า โดยได้รับแรงกดดันจากกิจกรรมการขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ปรับขึ้น 41 เซนต์ หรือเกือบ 1 % มาปิดตลาดที่ 46.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.72-46.51 ดอลลาร์









