วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ILINK - ซื้อ

Double Sun Rise

ประเด็นการลงทุน

เราแนะนำ ซื้อ ILINK ด้วยราคาเป้าหมายที่ 30 บาท ราคาปัจจุบันมี Upside อีก 54% อิงวิธีส่วนรวมมูลค่ากิจการ เทียบเคียง P/E 27 เท่า (ใกล้กับค่าเฉลี่ยในอดีต +1SD) จากราคา IPO ของ ITEL ซึ่ง market cap คิดเป็น 1 ใน 3 ของ ILINK หากแยกออกจะเท่ากับ ILINK เทรด P/E เพียง 17 เท่า ให้ส่วนลดจากค่าเฉลี่ยกลุ่มจัดจำหน่าย 25-35 เท่า และที่กรณีศึกษา sensitivity ชี้ว่าทุกๆ 1 บาทที่ ITEL ปรับตัวขึ้นเหนือจอง คิดเป็นมูลค่าของ ILINK ที่ปรับเพิ่มราว 0.83 บาท/หุ้น

Catalyst สนับสนุนการแรลรี่ของราคาหุ้นจะมาจาก 1) คาดกำไรโตแรง 55% ในปี 2017 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการ AOT ราว 800 ล้านบาท ในขณะที่โอกาสกำไรโตผิดคาดมีน้อย เพราะมี Backlog แล้ว 2) คาดราคาหุ้น Re-rate PE ตามโครงการที่จะออกประมูลในปีนี้ราว 14,800 ล้านบาท (คาด ILINK มีโอกาสได้งานราว 1 ใน 3 หรือ 5,000 ล้านบาท หนุน backlog สูงเป็นประวัติการณ์) ในอดีตเมื่อบริษัทมี Backlog สูงกว่า 2,000 ล้านบาท หุ้นเทรด P/E 30 เท่า
3) รายได้ Recurring income จาก ITEL คาดเติบโตสูง และขึ้นเป็นส่วนใหญ่ของพอร์ต หนุนกำไรมั่นคงในระยะยาว

รับรู้รายได้งาน AOT หนุนกำไรปีหน้าเติบโต 55%

คาดกำไรโตแรง 55% ในปี 2017 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการ AOT C3 ราว 800 ล้านบาท ปัจจุบันมี Backlog 1,100 ล้านบาท และ Recurring income รองรับรายได้ในปีหน้าที่คาดการณ์ไปแล้ว 90% อย่างไรก็ดี หากใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยม โดยตัดรายได้ที่ยังไม่มี Backlog รองรับออก คาดบริษัทจะยังสามารถรายงานกำไรเติบโตได้สูง 36% โดยอาศัยเพียงแค่การรับรู้รายได้จากงาน AOT ที่มีอยู่ในมือ รายได้ส่วนที่เป็น Recurring income อื่นๆ

คาดมีงานออกประมูล 1.48 หมื่นล้านบาท ปีนี้ ถึงปีหน้า

คาดส่วนงานวิศวกรรมฯ มีโอกาสทำกำไรได้เกินคาด จากงานรอประมูลที่จะออกมาเป็นจำนวนมากราว 14,800 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) โครงการ transmission line เฟสละ 300 ล้านบาท รวม 3 เฟส 900 ล้านบาท 2) โครงการสายใต้น้ำ เกาะเต่า เกาะสมุย มูลค่า 1,776 ล้านบาท และ 2,130 ล้านบาท และ 3) สายไฟฟ้าลงดิน 3 โครงการค้างท่อ ได้แก่ โครงการพระราม 3 มูลค่า 1,800 ล้านบาท (คาดออก 4Q16) และโครงการรัชดา-อโศก และ รัชดา-พระราม9 โครงการละประมาณ 4,000 ล้านบาท (คาดออกประมูลในปี 2017)

ผู้นำของตลาดสายสัญญาณ LINK/AMP

บริษัทเป็นผู้นำตลาดสายสัญญาณ ซึ่งเป็นมีรายได้ปีละ 2,500 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดราว 50% คาดจะเห็นการเติบโตไปกับการเปลี่ยนเทคโนโลยีสายส่งสัญญานจากระบบ LAN เป็นระบบ Fiber Optic ซึ่งในปีที่ผ่านมายอดขาย Fiber Optic เติบโตถึง 20-30% และแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดหนุนให้รายได้ในส่วนการขายสายซึ่งเป็นรายได้หลักราว 60% ของรายได้รวม เติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย 10-15% และอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มดีขึ้นเป็น 25% จากเดิม 23% เพราะ Fiber Optic มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และมีอัพไซด์จากการขายสายและอุปกรณ์เข้าสู่โครงการ National broadband มูลค่าสาย 2-4 พันล้านบาท

ITEL หนุนพอร์ต Recurring income เติบโต

คาดกำไรจากรายได้ Recurring income จะมีน้ำหนักเป็น 80% ภายใน 1-2 ปี ข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้พื้นฐานของบริษัทเปลี่ยนไปเป็น Recurring income growth จาก 1) ธุรกิจจัดจำหน่ายของ ILINK และ 2) ITEL จากรายได้จากการให้บริการข้อมูล (Fiber Optic Network) คาดเติบโต 30%/ปี ในช่วง 2016-18 (CAGR) ตามความต้องการที่มีการเติบโตตามการใช้งาน Big data และ Internet ความเร็วสูง และ 4G ที่มีการเติบโตแบบ Exponential และ 3) ส่วนแบ่งกำไรจาก ดาต้าเซ็นเตอร์ แห่งใหม่ที่จะมีขนาด 600 racks ใหญ่กว่าแห่งแรกที่มีขนาด 348 racks ซึ่งจะเริ่มรับรู้ปีหน้าเป็นต้นไป