วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

17 ผู้ประกอบการไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกกพ.

ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 17 แห่ง มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท เข้าร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบ กกพ.

นายคฑายุทธ์ เอี่ยมเล็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุริยะพลัง จำกัด ตัวแทนผู้มอบอำนาจจาก ผู้ประกอบการ 17 โครงการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ โซนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ และจ. สกลนคร) เปิดเผยหลังเดินทางมาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อยืนหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินวานนี้ (8 ก.ย.) ว่า ผู้ประกอบการโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ขนาดไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ ทั้ง 17โครงการ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดึงเรื่องการซื้อกระแสไฟฟ้าที่เอกชนทำไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ปล่อยให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระหนี้สินมากกว่า 2 พันล้านบาทและศูนย์เสียดอกเบี้ยให้ธนาคารมานานกว่า 1,500 วัน คิดเป็นกว่า 10 ล้านบาทต่อปี


โดยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในเดือน ก.ค. 2555 ผู้ประกอบการได้รับหนังสือการยกเลิกสัญญาฉบับแรก จาก กกพ. เพราะ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าล่าช้า แต่ผู้ประกอบการก็ได้อุทธรณ์ว่าเป็นเพราะติดปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องแนวเขตพื้นที่ก่อสร้าง แต่การก่อสร้างก็ยังเดินหน้าต่อเนื่องและบางโครงการแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 80-90%

“ในครั้งนั้น กฟภ. ฐานะคู่สัญญาและผู้ประกอบการ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยหลังจากตรวจสอบคณะทำงานของทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปว่า ความล่าช้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของทั้ง 17 โครงการ เป็นเหตุสุดวิสัย มิได้เกิดจากการจงใจ กฟภ.จึงยังไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เป็นผลให้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าไม่ระงับสิ้นไป และยังคงมีผลผูกพันโดยชอบด้วยกฎหมาย สมควรที่ กฟภ.และบริษัทฯ จะตกลงกำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าใหม่ต่อไปภายหลัง” นายคฑายุทธ์ กล่าว


อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และ กกพ.ยังคงประชุมอีกหลายครั้ง ต้องยืนยันด้วยเอกสารจำนวนมาก และเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา กกพ. มีหนังสือส่งมาให้ผู้ประกอบการเซ็นหนังสือยอมรับราคาการซื้อขายไฟฟ้าในราคาต่ำลงจาก 11 บาทต่อหน่วย เหลือกว่า 5 บาทต่อหน่วย

แต่ที่ผิดสังเกตคือ กกพ.อนุญาตให้ 3 บริษัทฯ คือ 1.บจก.แม่โขง โซล่าพาวเวอร์ 2.บจก.สมภูมิโซล่าเพาเวอร์ และ 3.หจก.ภูพานเทคโนโลยี ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขสัญญาเดียวกันได้สิทธิ์จ่ายกระแสไฟฟ้าขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ.ไปแล้ว และได้ราคาซื้อขายเดิมคือ 11 บาทต่อหน่วย ซึ่งการกระทำเช่นนี้จึงอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ

นายคฑายุทธ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการจึงขอให้ผู้ตรวจการฯ ตรวจสอบใน 3 ประเด็นดังนี้  1. กกพ. ว่ามีหน้าที่หรืออำนาจกำกับดูแลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 1 เมกกะวัตต์หรือไม่ เนื่องจากในพระราชกฤษฎีกา ระบุไว้ว่างการผลิตไฟฟ้าทั้ง 17 โครงการนั้น “เป็นกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดประเภท ขนาด และลักษณะของกิจการพลังงานที่ได้รับยกเว้นฯ ประกาศใช้เมื่อ 1 มิ.ย. 2552


2. เหตุใด 3 โครงการของ บจก.แม่โขง โซล่าพาวเวอร์ บจก.สมภูมิโซล่าเพาเวอร์ และหจก. ภูพานเทคโนโลยี ได้สิทธิ์จ่ายกระแสไฟฟ้าขายให้ กฟภ.แล้ว ทั้งๆ ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ 17 โครงการ

3. เลขาธิการ กกพ.ได้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการ ลงวันที่ 3 ส.ค. 2559 เรื่องแจ้งเงื่อนไขประกอบการออกใบแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต พร้อมแนบบันทึกรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไข การรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต ซึ่งมีเนื้อความระบุเงื่อนไขให้บริษัทต้องยอมรับราคาอัตราค่าซื้อขายไฟฟ้า ที่ไม่เป็นไปตามเจตนาของการทำสัญญา พร้อมให้บริษัทสละสิทธิ์ในการฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆกับ กกพ. ถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของหรือไม่