ที.กรุงไทยอุตสาหกรรมหวังปีนี้พลิกมีกำไร หลังเร่งลดใช้แรงงงาน-หันลงทุนเครื่องจักรทดแทน เพื่อสู้ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ซบ
นายจุมพล เตชะไกรศรี กรรมการบริหาร บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) TKT ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและธุรกิจเกี่ยวกับแม่พิมพ์เพื่อการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 และ 4 ปี2559 จะสามารถกลับมามีกำไร ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้เป็นแบบออโตเมติกมากขึ้น เพื่อที่จะลดรายจ่ายในเรื่องของแรงงานลง หลังจากงวดครึ่งปีแรกขาดทุน 23 ล้านบาท เนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศชะลอตัว กดดันการผลิตรถยนต์มากพอสมควร
ส่วนรายได้รวมปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อน 15-20% จากปี 2558 ที่มีรายได้ 1,364 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2559 มีรายได้รวม 559 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 23.66 ล้านบาท
โดยปี 2559 บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การลงทุนเครื่องจักรและระบบไอทีปีนี้กว่า 50 ล้านบาทเพื่อลดต้นทุนการใช้แรงงาน คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนรวมในช่วงครึ่งปีหลัง 15-20% และตั้งเป้าหมายจะลดจำนวนแรงงานระยะยาว จากปัจจุบัน 1,100 คน เหลือ 700-800 บาท
สำหรับช่วงไตรมาส 4 นี้ บริษัทได้รับงานประเภทฉีดพลาสติก นิว โมเดล ชิ้นส่วนยานยนต์ใหม่ มูลค่า 100 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 60 ทั้งนี้ปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงปีนี้และปีหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาโครงการชิ้นส่วนยานยนต์ ในค่ายรถยนต์ที่จะเปิดรถรุ่นใหม่จำนวน 2-3 ค่าย ทั้งนี้คาดจะสามารถเริ่มงานได้ในปี 2561-2563
ส่วนในปี 2560 ประเมินว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง หลังจากหมดนโยบายรถคันแรกและรัฐบาลได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เริ่มปรับตัวดีขึ้นในอนาคต
“เชื่อว่าเราจะกลับมาฟื้นตัวจริง ๆ คงเป็นปี 60 เป็นต้นไป ที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายๆค่ายเตรียมที่จะออกโมเดลใหม่ๆออกมา และเราได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไปแล้วด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เรามีการเติบโตในระยะยาว”









