จ่อรีดภาษี 'ร้านขายยา-ท่องเที่ยว'

จ่อรีดภาษี 'ร้านขายยา-ท่องเที่ยว'

"กรมสรรพากร" เดินหน้าขยายฐานดึงธุรกิจขายตรง-ร้านขายยา-ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หวังรีดภาษีปีงบ 60

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากร ได้เร่งขยายฐานภาษีตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ด้วยการดึงผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพิ่มเติม โดยในวันที่ 7 ต.ค.นี้ สรรพากรจะหารือกับกลุ่มร้านขายยาทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนให้มาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เนื่องจากพบว่าปัจจุบันร้านขายยาทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 1 แห่ง ส่วนใหญ่ยังเสียภาษีเงินได้แบบบุคคลธรรม จากที่ก่อนหน้าที่ได้ดึงร้านค้าทองมาจัดตั้งเป็นนิติบุคคล

“ก่อนหน้านี้สรรพากร ก็ได้ไปหารือกับสมาคมค้าทองคำถึงการเปลี่ยนระบบเสียภาษีจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล เพราะร้านค้าทองส่วนใหญ่ 7 พันรายจะเสียแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งล่าสุดผู้ประกอบการร้านค้าทองคำเริ่มทยอยมาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเรื่อยๆ”นายประสงค์กล่าว

ดึงร้านขายยา-ท่องเที่ยวเสียภาษีนิติบุคคล

เขากล่าวว่านอกจาก 2 กลุ่มข้างต้นแล้ว ในระยะต่อไป สรรพากรจะดึงกลุ่มขายตรง ธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร บริษัทนำเที่ยว บริษัทรถเช่า เข้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลด้วย เนื่องจากพบว่า กลุ่มนี้ซึ่งมีจำนวนหลายหมื่นรายนั้น ส่วนใหญ่ยังมีการเสียภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เป็นผลเสียต่อผู้ประกอบการเอง เพราะการเสียภาษีอาจไม่ตรงความเป็นจริง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในการทำธุรกิจได้สูงสุด 60% แต่นิติบุคคลนั้นหักค่าใช้จ่ายตามจริง และถ้ามีผลขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี

สำหรับการให้บุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล แม้ว่าจะไม่ทำให้การเก็บภาษีนิติบุคคลได้มาก แต่จะทำให้การเก็บภาษีทางอ้อมคือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มขึ้น

หารือเพิ่มประสิทธิภาพเก็บภาษีผ่านเน็ต

นอกจากนี้สรรพากร ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีจากธุรกรรมการค้าขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวจะต้องมีเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ในส่วนของกรมสรรพากรนั้น เตรียมบังคับใช้กฎหมายด้านการเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ค้าขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ขณะเดียวกัน ในส่วนของการจดทะเบียนการค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก็จะมีกฎระเบียบออกมารองรับ หากไม่มีการจดทะเบียน จะมีบทลงโทษด้วย

“เราต้องคิดไปข้างหน้าว่า ระบบการค้าขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะมีช่องทางอย่างไรบ้าง เพื่อให้การชำระภาษีของผู้มีรายได้ผ่านช่องทางดังกล่าวมีความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีรายอื่น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สรรพากรได้ส่งหนังสือไปยังผู้ค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างความเข้าใจในการชำระภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งก็มีจำนวนมากที่เข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง”

รับปีนี้รายได้พลาดเป้า 1.4 แสนล้าน

สำหรับการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 ซึ่งเหลือระยะเวลากว่า 1 เดือนเศษ กรมสรรพากรคาดว่าการจัดเก็บภาษีอยู่ที่ประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท ลดลงจากประมาณการไว้เมื่อต้นปี 1.4 แสนล้านบาท เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)จากการนำเข้าลดลงมาก

ส่วนปีงบประมาณ 2560 กรมสรรพากรตั้งเป้าหมายจัดเก็บภาษีไว้ที่ 1.8 ล้านล้านบาท เชื่อว่าทำได้แน่นอน เนื่องจาก เตรียมมาตรการบางส่วนไว้ อาทิ มาตรการเอสเอ็มอีบัญชีเดียว ส่วนในเรื่องอีเพย์เมนท์ ที่จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีในปีงบ 2561-2562

“การเก็บภาษีปีงบประมาณ 60 ของกรมสรรพากรจะไม่พลาดเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะกรมสรรพากรมีมาตรการสำรองไว้เป็นจำนวนมาก ที่จะค่อยๆ ทยอยออกมาเพื่อขยายฐานภาษีและการเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น”นายประสงค์ กล่าว